เนชั่นทีวี

ข่าว

บทเรียนซานติก้าผับ อัยการชี้ช่องเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ฟ้อง กทม.

14 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

บทเรียนซานติก้าผับ อัยการชี้ช่องเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ฟ้อง กทม.

บทเรียนซานติก้าผับ เจ้าของไม่มีจ่าย! อธิบดีอัยการ สคช. แนะช่องทางกฎหมาย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ลุยฟ้องละเมิด กทม.-หน่วยงานรัฐ ละเลยตรวจตราความปลอดภัย ปิดช่องโหว่เจ้าของร้านเบี้ยวจ่าย

บทเรียนซานติก้าผับ เจ้าของไม่มีจ่าย! อธิบดีอัยการ สคช. แนะช่องทางกฎหมาย เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ลุยฟ้องละเมิด กทม.-หน่วยงานรัฐ ละเลยตรวจตราความปลอดภัย ปิดช่องโหว่เจ้าของร้านเบี้ยวจ่าย

KEY

POINTS

  • อัยการชี้ช่องฟ้อง กทม. อุดรูรั่วเจ้าของร้านเบี้ยวเงิน: แนะญาติเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ยื่นฟ้องละเมิดหน่วยงานรัฐปมละเลยตรวจมาตรการความปลอดภัย เพื่อการันตีการได้รับเงินชดเชยจริง
  • จี้ตำรวจสืบลึกใบอนุญาต-การตรวจตามวงรอบ: ชี้หากร้านไม่มีมาตรการดับเพลิง หรือลักลอบเปิดโดยไม่มีการตรวจตรา เจ้าหน้าที่รัฐอาจโดนคดีอาญา ม.157 และความผิดทางละเมิด
  • ถอดบทเรียนคดีซานติก้าผับตอกย้ำมาตรฐานปลอดภัย: จี้สถานบริการตระหนักถึงชีวิตประชาชน ติดระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ย้ำเที่ยวผับบาร์ก็ต้องปลอดภัยตามรัฐธรรมนูญ

14 กรกฎาคม 2569 จากกรณีโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก ซึ่งสังคมต่างกังวลถึงแนวทางการเยียวยา เนื่องจากบทเรียนในอดีตผู้เสียหายมักได้รับเงินชดเชยน้อยมาก จนแทบจะกลายเป็นการ "ตายฟรี" ส่วนการเอาผิดทางกฎหมายกับเจ้าของหรือผู้จัดการร้านก็เป็นไปอย่างยากลำบากและได้รับโทษสถานเบานั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน หรือ สคช. เปิดเผยว่า ตำรวจต้องไปสอบสวนหาความจริงให้ได้ว่า มีใครกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสบ้าง โดยต้องไม่จำกัดวงเฉพาะเจ้าของสถานบันเทิง หรือผู้จัดการร้านเท่านั้น 

บทเรียนซานติก้าผับ อัยการชี้ช่องเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ฟ้อง กทม.

โดยแนวทางการทำคดีนี้ ต้องสอบสวนให้ลึกลงไปในเรื่องกระบวนการอนุมัติอนุญาต และการตรวจสอบตามวงรอบ ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย 

ยกตัวอย่าง การไม่ได้จดแจ้งเป็นสถานบันเทิง แต่จดแจ้งเป็นร้านอาหารที่มีดนตรี เจ้าหน้าที่ถือว่าประมาทเลินเล่อหรือไม่ หากอ้างว่าอยู่นอกโซนนิ่งสถานบันเทิง ก็ต้องไปตรวจสอบต่อว่า มีระเบียบกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เช่น กทม. หรือสำนักงานเขต ต้องไปตรวจมาตรการความปลอดภัยหรือไม่ หากมีกำหนดหน้าที่ไว้ ก็ต้องทำ หากไม่ทำ ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีความผิดทางอาญา และมีความผิดทางละเมิด ผู้เสียหายสามารถฟ้องไล่เบี้ยเอาได้ 

ท่านโกศลวัฒน์ อธิบายว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทุกคนจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย พูดง่ายๆ แม้จะเป็นการเที่ยวสถานบันเทิง ก็ต้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ผู้ประกอบการมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตรวจตรา ก็ต้องมีหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจ หากไม่ทำ แล้วเกิดความเสียหายร้ายแรง สามารถฟ้องให้รับผิดทางละเมิด โดยฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ได้ด้วย 

บทเรียนซานติก้าผับ อัยการชี้ช่องเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ฟ้อง กทม.

อย่าง "คดีซานติก้า" ผับ ก็มีการฟ้อง กทม.ให้ร่วมจ่ายเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายกับเหยื่อ กรณีนี้แม้เจ้าของสถานบริการจะไม่มีทรัพย์สินให้ยึดมาเยียวยาเหยื่อ แต่หน่วยงานรัฐอย่าง กทม. ไม่สามารถหนีได้ 

อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิฯ บอกด้วยว่า ความตระหนักในมาตรฐานความปลอดภัย ในสำนวนคดีที่ตำรวจทำ ก็สามารถยกให้ศาลเห็นได้ เช่น ตึกสูง คอนโดมิเนียม ยังมีสปริงเกอร์ฉีดน้ำ เวลามีกลุ่มควัน แล้วทำไมสถานบันเทิงที่มีพื้นที่ไม่มากนัก จึงไม่ยอมทำ ทั้งๆ ที่มีโศกนาฏกรรม "ซานติก้าผับ" เป็นอุทาหรณ์อยู่แล้ว ประเด็นความตระหนักของผู้เกี่ยวข้อง หากไม่สมควรแก่เหตุ ก็ต้องรับผิดในทางละเมิดด้วยเช่นกัน

(แฟ้มภาพ) สถานบันเทิงซานติก้าผับหลังเกิดเหตุไฟไหม้

ข่าวล่าสุด