สุดท้ายแล้วเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ก็จะสิ้นสุดหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 13 แล้ว จะฝากทิ้งท้าย ถึงผบ.ตร.คนที่ 14 ไว้อย่างไรบ้าง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์บอกว่า คงจะเน้นว่าทำอย่างไรให้ลูกน้องมีทัศนคติที่ดี เพราะว่าอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก ปี 1 ของผมทำงานหนักมาก ถ้าเปรียบเทียบแล้ว เหมือนกับนอกจากงานหนักแล้ว ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคดีอะไรต่างๆที่เข้ามารุมเร้า
“ช่วงเวลา 1 ปี ถ้าเราช้าเราจะไม่มีโอกาสได้ทำ ผมก็เร่งทำงานแบบไม่ได้พักเลย เพื่อที่จะทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จ แม้จะมีงานอื่นมาทำให้สะดุดไปบ้าง แต่ก็ยังมีเวลาไปทำตามแผนงานที่ตั้งใจไว้ได้ผมก็เชื่อว่า ท่านผบ.ตร.คนใหม่ก็คงจะทำได้เช่นกัน”
นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วันจะถึง วันที่ 1 ตุลาคม วันแรกของการเปลี่ยนสถานะจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเพียงอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ หลังจากทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มานานกว่า 30 ปี ของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สิ่งแรกที่วางแผนไว้คือการปล่อยวาง และพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากงานหนักที่หักโหมมาอย่างยาวนาน
“คิดว่านอนสายๆแล้วก็ออกกำลังกาย แล้วก็อยู่บ้านไปก่อนคงจะอยากพักก่อน คงจะหากิจกรรมที่ชอบทำเช่นไปต่างจังหวัดไปทำบุญบ้างหรือว่าไปออกกำลังกายบ้าง เช่นไม่ได้ไปตีกอล์ฟมานานก็ไปตีกอล์ฟบ้าง เพราะเป็นกิจกรรมที่เคยทำมาก่อนตั้งแต่ตอนเป็นผู้ช่วยเป็นรอง แต่เป็นผบ.แล้วไม่มีโอกาสเลย ก็คงจะกลับไปทำไปตีกอล์ฟบ้า งอาทิตย์ละวันสองวันกับเพื่อนๆ มีกิจกรรมทำแน่ๆแต่ว่าเรื่องงานก็คงคิดว่าคงจะปล่อยไปบ้างเพราะว่าทำมาเยอะแล้ว”
หลังจากนี้ก็จะคงต้องจับตาดูว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 14 ที่จะเข้ามาสานงานต่อในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน และสามารถดูแลสวัสดิการ ขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วประเทศ ได้อย่างทั่วถึง ถือเป็นโจทย์ใหญ่ และท้าทาย สำหรับหัวเรือใหญ่รั้วปทุมวันคนถัดไป
รายงาน : สานนท์ เจริญพันธุ์