ผู้เป็นแม่ ยังกล่าวอีกว่า หลังได้ลูกสาวคืนมา เวลาลูกสาวดื้อก็ไม่เคยตีลูกอีกเลย มีแค่การใช้เสียงดังในการสั่งสอนเท่านั้น ส่วนรอยฟกช้ำที่ปรากฎล่าสุด ยืนยัน ไม่ได้เกิดจากการทำร้ายร่างกาย แต่เกิดจากรอยของหม้อหุงข้าว ซึ่งปกติตนไม่ค่อยได้หุงข้าวอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุ ตนได้ข้าวสารมาและอุ่นข้าวเอาไว้ แต่ลูกสาวซน วิ่งเข้าไปขนแล้วเอาแขนวางไว้บนหม้อจนเกิดบาดแผล
ส่วนรอยอื่นๆ เกิดจากการพาลูกสาวไปทำงาน(อาชีพแม่บ้าน)ด้วย ซึ่งเจ้าของบ้านเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ ลูกสาวและลูกของเจ้าของบ้านก็ไปเล่นกับสุนัข แต่ลูกสาวโดนสุนัขข่วนตามร่างกายเกิดบาดแผล ซึ่งเมื่อตนรู้เรื่องก็รีบพาไปหาหมอทันที เจ้าตัวยืนยันว่า นี่ไม่ใช่พูดปกป้องสามี แต่รอยแผลเกิดจากการที่ลูกสาวซุกซนตามประสาเด็กเท่านั้น มีชาวบ้านเป็นพยานได้
หาก พม.จะขอนำลูกสาวไปดูแล ตนก็ขอปรึกษากันก่อน เพราะอยากทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกสาวเหมือนเดิม แต่ยอมรับว่า ตนกับสามีเสพยาเสพติดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา"
ขณะที่ น.ส ลิโด อายุ 28 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า เพื่อนที่พักอยู่ใกล้ห้องของ ด.ญ.การ์ตูน ได้ยินเสียงเด็กร้องบ่อยครั้ง ลักษณะเหมือนถูกทำร้ายร่างกาย ช่วงประมาณ 04.00 - 05.00 น. แต่พ่อเลี้ยงและแม่ของเด็ก อ้างว่าถูกสุนัขข่วน ชาวบ้านหลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า พ่อเลี้ยงและแม่ ทำร้ายร่างกายและเป็นที่มาของการส่งข้อมูลขอความช่วยเหลือดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะพา ด.ญ.การ์ตูน ไปโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อตรวจสอบร่างกายและบาดแผลจากการถูกทำร้าย จากนั้นจะพาไปดูแลในเบื้องต้น เช่นเดียวกับพ่อเลี้ยงและแม่ ซึ่งหากผลการตรวจร่างกายพบสารเสพติด จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามขั้นตอนของกฎหมาย