โดยครั้งที่สองที่เจ้าหน้าที่จับกุมนั้น อยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นคนจีน 3 ราย โดยให้การว่าถูกหลอกมาทำงานที่ชายแดนเมียนมา พาขึ้นรถยนต์ขับผ่านประเทศเวียดนาม ลาว และเข้าประเทศไทย เพื่อไปส่งต่อยังประเทศปลายทาง แต่เมื่อถึงในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้หลบหนีและขอความช่วยเหลือ ส่วนคนไทยที่พาตัวมานั้นได้หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีเบาะแสแล้ว อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับ
พ.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนพบว่า ทั้งหมดเป็นเครือข่ายเดียวกัน มีการสลับสับเปลี่ยนทีมในการขนคนจีนในแต่ละครั้ง ส่วนสาเหตุที่มีการย้ายฐานการก่อเหตุนั่นก็เพราะว่า ทางประเทศกัมพูชา มีการกวาดล้างอย่างเข้มงวด จึงทำให้มีการขนย้ายคนออกมาเพื่อพาส่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่า จะมีทั้งประเทศเมียนมา และ ประเทศลาว ที่จะถูกใช้เป็นฐานของแก๊ง ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมบางรายให้การว่า ถูกหลอกให้ไปทำงานบาร์ หรือ ล่ามแปลภาษา แต่ก็ถูกพาไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
พ.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่มีบางรายทราบดีว่าถูกหลอก แต่ก็ยังยอมเข้าไปทำงานดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้ที่สั่งการอยู่เบื้องหลังเป็นชาวจีน ส่วนคนไทยเป็นเพียงกลุ่มที่ถูกว่าจ้างให้ขนส่งคนเท่านั้น ซึ่งยังไม่ทราบว่า ปลายทาง จะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งใหญ่เพียงแก๊งเดียว หรือ เป็นการขนส่งไปตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อื่นๆ
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลเครือข่ายแก๊งนี้ต่อไป