ด้านการแจ้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สน. ราษฎร์บูรณะ แค่ให้ลงบันทึกประจำวัน โดยบอกว่าไม่รู้จะตามให้ยังไง และให้ผู้เสียหายไปหาภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุเอาเอง ซึ่งตนตัดสินใจออกตระเวนหาจนได้ทั้งภาพวันเกิดเหตุและภาพเจ้าหน้าที่ของบริษัทสายเคเบิลดังกล่าว มาเก็บสายที่ห้อยพระลุงพะลังลงมา ในวันรุ่งขึ้นหลังจากเกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์มาสอบถามกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าหากสายเคเบิลเป็นของบริษัท ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเรื่องการรักษาและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด เนื่องจากคดีไม่คืบหน้า เพราะตำรวจยังไม่รับแจ้งความ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้านนายเอกภพ ระบุ กรณีนี้ตำรวจควรรับแจ้งความเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายไปหาพยาน หลักฐาน หรือให้ต้องมาร้องกับหน่วยงานเพื่อสังคมและสื่อมวลชน ทั้งนี้ตนจะให้ทีมงานพาผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สน. ราษฎร์บูรณะต่อไป