น.ส.อารยา สุขเจริญ ผู้เสียหายอีกราย ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับช่างแมนและตั้งใจจะสร้างบ้านให้เช่า เดิมทีตั้งใจจะสร้างแค่ 3 หลัง และได้มีโอกาสไปรู้จักกับน้องชายของช่างแมน และเห็นบ้านที่ช่างแมนทำให้น้องชายก็รู้สึกชอบ จึงขอเบอร์ และติดต่อประสานไปให้มาดูสถานที่ และประเมินราคาตามขั้นตอน
เมื่อได้คุยกับช่างแมน ประกอบกับสถานที่เหลือ และการประเมินราคาที่ถูก จึงตกลงที่จะสร้างเป็น 8 หลัง โดยทำสัญญาขึ้น 3 ฉบับ ซึ่งในช่วงแรก ช่างแมนพาช่างมาสร้างบ้านตามปกติ หลังจากนั้นก็มาบ้างไม่มาบ้าง ต้องคอยตามจี้ คอยสอบถาม บางครั้งก็อ้างว่าติดงานที่อื่นมาไม่ได้ บางครั้งว่าโดนโกง อยู่ในขั้นฟ้องร้องในชั้นศาล ต้องใช้เงิน ขอเบิกก่อนล่วงหน้า ไม่งั้นบ้านก็จะไม่เสร็จ
ด้วยความเชื่อใจก็ช่วยๆ เขาไปจะได้จัดการเรื่องให้เสร็จ แล้วจะมาสร้างบ้านให้ตน แต่แล้วสัญญาบ้าน 8 หลัง ก็สร้างเสร็จเพียง 2 หลัง สูญเงินไปประมาณ 2 ล้านบาท เมื่อไถ่ถามไปยังแม่ของช่างแมน ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งตัวแม่ช่างแมน ก็บอกว่า ไม่รู้เรื่อง และเชื่อว่าลูกเป็นคนดี ไม่มีวันโกงใคร ไม่เชื่อว่า ลูกตัวเองทำอย่างที่ตนได้เล่าให้ฟัง
ส่วนผู้เสียหายรายที่ 3 นี้ หนักกว่าเพื่อน คือ น.ส.รัตนาพร รักษายศ ที่ตั้งใจจะยกพื้น และรีโนเวทบ้านใหม่ ซึ่งรู้จักกับช่างแมนผ่านน้องที่รู้จักกัน และช่างแมนเป็นคนทำบ้านให้ ซึ่งน้องเคยเตือนแล้วว่า ทำงานช้า แต่เมื่อตนได้เข้าไปดูเพจก็ชอบฝีมือ
ในแฟนเพจทำให้เชื่อว่า ช่างแมนทำงานด้านนี้มาแล้ว 4-5 ปี โปรไฟล์ดี ก็เกิดความน่าเชื่อถือ ตอนมาดูสถานที่ก็พาเพื่อนที่อ้างว่าเป็นวิศวะมาดูงานด้วย จึงได้นัดทำสัญญาที่ออฟฟิศของช่างแมน โดยโอนเงินให้ 40% ประมาณ 580,000 บาท ตอนนั้นตนกำลังตั้งท้องได้ 8 เดือน ก็คิดว่าเดี๋ยวลูกคลอดแล้วบ้านยังทำไม่เสร็จ จึงคิดจะเลื่อนไปทำปลายปี
โดยให้ช่างแมนยึดเงินมัดจำไว้ 100,000 บาท และให้โอนเงินที่เหลือคืน ซึ่งช่างแมนอ้างว่า เอาเงินไปซื้ออุปกรณ์มาหมดแล้ว หลังจากนั้น 1 เดือนช่างแมน ก็เอาช่างเข้ามาที่บ้านรื้อหลังคา ซึ่งตอนนั้นตนก็อยู่บ้านไม่ได้แล้ว จากนั้นอ้างว่า พ่อป่วย พาช่างเข้ามาบ้าง ไม่เข้ามาบ้าง บอกให้เราช่วยเขา ถ้าไม่ช่วยบ้านก็ไม่เสร็จ ด้วยความที่กลัวบ้านไม่เสร็จ ก็โอนเงินให้ไปอีก
หลังจากนั้น 1 เดือน ช่างแมน ก็เอาช่างมาทำบ้านให้อีกครั้ง โดยทำการทุบกำแพงเดิมทิ้ง ตนจึงถามว่า จะไม่กระทบกับโครงสร้างของบ้านใช่ไหม ตัวช่างแมน บอกว่าถ้ากระทบจะรับผิดชอบเอง เมื่อสร้างบ้านก่ออิฐส่วนหนึ่ง ช่างแมน ก็มาบอกอีกว่า หน้าต่างต้องซื้อเอง เพราะไม่ได้อยู่ในสัญญา ซึ่งตนก็ต้องไปซื้อหน้าต่างเอง
นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง ตนเป็นคนออกก่อน แล้วเอาใบเสร็จไปเบิกกับช่างแมน แต่กลับได้คำตอบว่า เอาไปหักกับงวดสุดท้าย ล่าสุดบ้านตนก็ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่มีการเก็บรายละเอียดอะไรเลย แถมสูญต้องเงินไป 1,200,000 บาท จนกระทั่ง มีเพื่อนๆ ที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน ทักมาว่า ทำบ้านกับช่างแมนหรือไม่ จนเรื่องแดงขึ้นมาดังกล่าว
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวถึงคดีช่างแมนว่า อย่างแรกข้อชื่นชมเพจฯ ที่เป็นเครือข่ายประชาชนในการช่วยเหลือผู้เสียหาย ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายมาก ในหลายพื้นที่ ตนก็จะเรียกรวมคดี โดยการจะเรียก ผู้กำกับสถานี และหัวหน้าพนักงานสอบสวนเข้ามาเพื่อตรวจสอบสัญญาต่างๆ และข้อจำกัดในสัญญา ซึ่งท่ามองแบบนี้ก็รู้ว่าผู้ก่อเหตุต้องใจมาหลอก แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูในรายละเอียดของข้อสัญญา หากพบความผิดก็จะดำเนินคดีทันที อย่างไรก็ตาม ฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่จะลงทุน หรือซื้ออะไรในราคาสูงก็ต้องเช็คดูดีๆว่าราถูกเกินไป หรือให้ผลกำไรสูงเกินไปหรือไม่ ถ้าผิดปกติก็ต้องระวัง