น.ส.เอ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นมาฝ่ายชายให้ทำอะไร ตนต้องทำตามหมด เพราะตอนนั้นไม่มีปัญญา ที่จะจ่ายค่างวดรถ ค่ารถ 2 คันจำนวน 3 ล้านบาท พอมีปัญหาเรื่องเงินหนักขึ้น มีการทะเลาะกัน สุดท้ายก็โดนทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบกกหู ตอนนี้เลยเถิดถึงขั้นว่า ให้เอารถไปจำนำกับเต็นท์รถ ตอนนี้ไม่ทราบว่ารถไปอยู่ไหน มีเพียงบิลต่างๆ และมีโทรศัพท์มาทวงเงินทุกเดือน หนักเข้าฝ่ายชาย ให้ตนยืมเงินเพื่อนสนิทที่ทำงาน และบอกให้แม่ไปหาเงินมาให้เขา อ้างว่ามีเช็คที่ธนาคารต่างประเทศ ต่างธนาคารใช้เวลาหลายวัน ถ้าได้เงินมาแล้วจะคืนให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คืน อ้างว่าเป็นเพราะตนปฏิบัติไม่ดี พูดไม่ดีกับเขา
ตอนนี้รู้สึกกังวลในเรื่องความปลอดภัย ทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล เขาสามารถเข้าถึงได้หมด ข่มขู่ว่าจะทำร้ายแม่และน้อง พอเลิกกัน เขาไม่รับโทรศัพท์ อ้างว่าตัวเองมีอิทธิพลใน 9 จังหวัดภาคใต้ อ้างว่ามีอิทธิพลในเขตลาดพร้าว ตนหวาดกลัว รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย สุดท้ายขอมาพึ่งเพจสายไหมต้องรอด ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อที่จะจัดการกับคนๆ นี้
อย่างน้อยก็ไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก เพราะทราบว่ามีผู้หญิงที่ภาคใต้เป็นครู ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน มีการให้ไปซื้อรถ ซื้อบ้านและสุดท้ายภาระก็เป็นของฝ่ายหญิง เรื่องนี้อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย
น.ส.เอ กล่าวปิดท้ายว่า สุดท้ายตนต้องเป็นหนี้เกือบ 5 ล้าน บัญชีต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากติดสินเชื่อ เงินติดตัวก็ไม่มี สุดท้ายได้พี่ช่วยให้ค่ารถเดินทางไปทำงาน ตนยังติดหนี้เพื่อนอีก ตอนนี้กลัวว่า จะล้มละลาย แต่การล้มละลายยังไม่เท่ากับทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้แม่เดือดร้อน “มันเอาแม้กระทั่งเงินของน้องตน 500 บาท มันก็เอา”