นางมนัด บอกอีกว่า ส่วนตัวเคยเห็นตำรวจคนนี้ปฎิบัติหน้าที่ อยู่ในพื้นที่ แต่ก็ไม่สนิทกัน ส่วนสาเหตุ อาจจะจะมาจากการมึนเมา เพราะในงานมีคนเห็นตำรวจนายนี้ ดื่มสุรา ขณะที่อาการของหลานชาย ยังอยู่ในอาการโคม่า แพทย์บอกให้ทางครอบครัวทำใจ เพราะขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตัว บาดแผลถูกยิงเข้าที่กะโหลกด้านขวาทะลุด้านซ้าย ในวันนี้จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือต่อพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ เพราะตำรวจในพื้นที่ไม่ยอมทำงาน และไม่ยอมรับคดีของตนเอง
ด้านนายเขียว (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 16 ปี พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า วันดังกล่าวขณะที่ตนเองไปร่วมงานบวชที่วัด ก่อนมีปากเสียงกับกลุ่มคนที่มาร่วมงาน แต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกายกันแต่อย่างใด ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปร่วมงานตามปกติ หลังเสร็จพิธีแห่นาค ก็ได้มีการแยกย้ายกันกลับบ้าน ขณะเดินกลับบ้าน ตำรวจได้ขับรถมาปาดหน้า แล้วจับตนกดลงกับพื้น ใส่กุญแจมือทันที โดยไม่ได้แจ้งว่าตนทำผิดอะไร ก่อนจะพาตนเองขึ้นรถ จากนั้นมีการขับรถติดตามรถของน้องที่ถูกก่อเหตุ
โดยตำรวจที่เป็นคนยิง นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าฝั่งซ้าย เมื่อเห็นรถจักรยานยนต์ที่มีน้องผู้รับบาดเจ็บนั่งเป็นคนซ้อนท้าย ตำรวจผู้ก่อเหตุได้มีการชักวุธปืนออกมา และขึ้นลำสไลด์ เมื่อรถมาขับมาประกบข้างรถจักรยานยนต์ ก็ได้มีการชะลอเตรียมจะจอดข้างทาง ตำรวจได้เปิดประตู และใช้อาวุธปืนชี้ไปที่รถจักรยานยนต์และลั่นไกทันที เมื่อยิงแล้ว ยังมีการขับเบียดรถจักรยานยนต์ให้ตกลงข้างทางอีกด้วย
จากนั้นตำรวจที่เป็นคนยิง ลงไปดูที่เกิดเหตุ และมีการพาตัวคนขับขี่รถจักรยานยนต์ และคนนั่งกลางขึ้นรถทันที ก่อนตำรวจคนขับจะออกรถพาพวกตนไปที่เถียงนา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณสามกิโล โดยทิ้งตำรวจคนที่เป็นคนยิงไว้กับน้องคนที่รับบาดเจ็บ ภายหลังพวกตนถูกตรวจปัสสาวะ และปล่อยตัวตามปกติ ไม่มีบอกเหตุผลว่าจับมาทำไม ยืนยันว่าขณะอยู่ภายในวัดเห็นตำรวจคนนี้ ดื่มสุรา และภายในรถยังพบกระป๋องเบียร์อยู่อีกหลายกระป๋อง รวมถึงตนเองยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์ ขณะที่ตำรวจจับกดลงกับพื้นเพื่อใส่กุญแจมือด้วย
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้มำการสอบปากคำผู้ร้องก่อนติดต่อประสานไปยัง สภ.บ้านกลาง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ก่อนประมวลเรื่องราวส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป