คดีที่สี่ ตำรวจ บก.ปส.4 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย โดยตำรวจพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะลักลอบนำยาเสพติดจาก จ.สงขลา ไปยัง จ.ปัตตานี โดยจะใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ กระทั่งเมื่อรถต้องสงสัยขับผ่านด่านตรวจ บริเวณ ต.รูสมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบของกลาง เป็นยาบ้า 110,000 เม็ด และตรวจยึดรถกระบะ 2 คัน
ด้านพล.ต.อ.ชินภัทร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานเกี่ยวกับการสกัดกั้นยาเสพติด ตามเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางรอง ที่คนร้ายมักใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยา
“กระแสข่าวที่ว่า บช.ปส.มีการนำยาเสพติดมาหมุนเวียนแถลงข่าวจับกุมนั้น ขอยืนยันว่า บช.ปส.จะไม่มีการเก็บยาเสพติดของกลางไว้ที่หน่วยอย่างเด็ดขาด ซึ่งหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้นทุกครั้ง ก็จะนำไปส่งตรวจพิสูจน์ และทำลายต่อไป”
พล.ต.อ.ชินภัทร กล่าวอีกว่า ขณะที่ไอซ์ล็อตใหญ่ที่ถูกจับกุมครั้งนี้ เชื่อว่าจะต้องมีผู้มีอิทธิพลตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เส้นทางลำเลียงจากพื้นที่เขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อย เข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็ส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยตำรวจก็ได้มีการประสานกับทางการพม่า ในการเร่งรัดติดตามจับกุม
ผู้ต้องหารายสำคัญบางรายอาศัยอยู่กับชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม ที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้ แต่ยอมรับว่าในการดำเนินคดีจะต้องให้แล้วเสร็จในความผิดของประเทศเพื่อนบ้านก่อน ที่จะมีการส่งมอบตัวกันในภายหลัง พร้อมยืนยันว่าการจับกุมยาเสพติดล็อตนี้จะมีการขยายผลย้อนหลัง ว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีสำคัญเก่าๆด้วยหรือไม่
เบื้องต้นตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 14 ราย ยึดของกลาง ไอซ์ 1.2 ตัน , ยาบ้า 5,710,000 ล้านเม็ด , คีตามีน 300 กิโลกรัม และยึดรถยนต์ 8 คัน , โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง โดยจะดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดในฐานความผิด “ร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 (ยาบ้า) ไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลติดตามบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป