จากการสอบถาม น.ส.จิตติมา รุ่งเรืองฤทธิชัย อายุ 27 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ทราบว่า สามีตนไม่รู้จักกับคนก่อเหตุ แต่คนก่อเหตุมีปัญหากับคนไปทั่ว ก่อนหน้านี้ก็ใช้อาวุธปืนไปยิงบ้านคนอื่น โดยทราบจากผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารว่าผู้ก่อเหตุสติไม่ดี มีรถโรงพยาบาลมารับไป และก็เพิ่งกลับมา โดยผู้ก่อเหตุจะไปๆมาๆ กับโรงพยาบาลมาโดยตลอด เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุอยู่คนเดียว พ่อแม่เดินทางมาหาเป็นบางครั้ง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่ามา สามีของตนกำลังจะเดินไปหาเพื่อนที่อยู่ตึก ซึ่งก็เดินเป็นประจำอยู่แล้ว คาดว่าระหว่างทางอาจจะมีปากเสียงกับผู้ก่อเหตุ เพราะตอนที่สามีโดนยิง ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้ยินเสียงปืนดังประมาณ 3 นัด
น.ส.จิตติมา กล่าวอีกว่า ตามปกติแล้วสามีของตนทำงานขับ วินรถจยย.รับจ้าง และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งสามีตนไม่เคยมีปัญหากับคนก่อเหตุ แต่คนที่ก่อเหตุมีปัญหากับคนไปทั่ว ชอบด่าชาวบ้าน ส่วนตัวแล้วอยากบอกกับคนก่อเหตุ ถ้ากลับมาอยู่ ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น มันหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็มีคนตาย
"อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเธอกับสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน ตอนนี้คงต้องทำงานหาเลี้ยงลูกคนเดียว"
ขณะที่นางเล็ม บุญมาก อายุ 56 ปี แม่ยายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนอยู่ตึก 26 ไม่ได้ยินเสียง แต่ลูกสาวอยู่ตึก 51 เดินไปตามตนมา ตนรู้สึกสลดใจถึงเป็นแค่ลูกเขย แต่ก็โมโหมาก เพราะลูกเขยดีบ้างไม่ดีบ้างโดยรวมโอเค ไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร มีเพื่อนเยอะ ตึก 26 ที่ตนอยู่ก็ยังเดินไปมาเลย ตนไม่แน่ใจว่า ลูกเขยรู้จักกับคนก่อเหตุหรือไม่ แต่รู้ว่าคนก่อเหตุมีเรื่องไปทั่ว อยากให้ตำรวจทำให้เต็มที่ อย่าปล่อยออกมา เพราะมันอันตรายกันคนรอบข้าง ครั้งก่อนไม่มีคนตาย แต่ครั้งนี้มีคนตายอย่าปล่อยออกมาเลย
ด้าน พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.สส.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า เหตุเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ไม่ชอบใจกัน ด้วยจังหวะเวลามาเจอกัน จึงก่อเหตุขึ้นด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ
ขณะที่ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตได้ใช้เท้าเตะประตู และเกิดมีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้ ทำให้ลงมือก่อเหตุ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ซึ่งยิงไปแล้ว 3 นัด แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา