เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิด“ชัยวัฒน์-เลขาหน้าห้อง” ให้การเท็จ

09 มิ.ย. 2566 | pratchawin_boo

อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิด“ชัยวัฒน์-เลขาหน้าห้อง” ให้การเท็จ

"รัชฎา" อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ เดินหน้าแจ้งความเอาผิด "ชัยวัฒน์-เลขาหน้าห้อง" อ้างมีหลักฐานคำให้การพยาน เพื่อให้การเท็จตำรวจ คดีเรียกรับสินบน ยันไม่ได้ฟ้องแก้เกี้ยว เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ด้านทนายระบุ ต้องพิสูจน์ที่มาเงินในซอง ที่ไม่ปฏิเสธเพราะไม่รู้ในซองคืออะไร

9 มิถุนายน 2566 ที่สน.บางซื่อ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมนายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.สุพัฒน์ หนูแก้ว สว.(สอบสวน)สน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเลขานุการของนายชัยวัฒน์ ในข้อหาใช้ให้ผู้อื่นให้การเท็จ

นายรัชฎา ได้เปิดเผยก่อนเข้าแจ้งความว่า หลังจากที่ถูกตำรวจ ปปป.ดำเนินคดีจับภายในห้องทำงานพร้อมกับเงินสดที่อ้างว่าเรียกรับสินบนกับหน่วยงานในสังกัด พบว่าส่วนหนึ่งมีนายชัยวัฒน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนำเงินจำนวน 98,000 บาท ที่ให้ลูกน้องใส่ซองนำมาให้ภายในห้องทำงาน โดยอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นซองอะไร


อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิด“ชัยวัฒน์-เลขาหน้าห้อง” ให้การเท็จ

หลังจากนั้น พบว่านายชัยวัฒน์ได้ทำแบบฟอร์มคำให้การของพยาน ส่งให้ในแอพพลิเคชันไลน์ โดยให้เลขาฯเป็นผู้มาให้การกับเจ้าหน้าที่ ตามที่นายชัยวัฒน์ได้ระบุไว้ ในแบบฟอร์มคำให้การดังกล่าว ผมได้พยานหลักฐานชิ้นนี้มา เห็นว่าเป็นความเสียหายกับตัวเอง จึงนำมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับทั้งสองคน โดยจะมีพยานบุคคลมายืนยันด้วย

นายรัชฎากล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการฟ้องดำเนินคดีแก้เกี้ยวกับนายชัยวัฒน์ ส่วนก่อนหน้านี้ที่ฟ้องดำเนินคดีกับตำรวจ ปปป.ชุดจับกุม ที่เข้ามาจับโดยมิชอบภายในห้องทำงาน แล้วศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกฟ้องไปนั้น ไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะคดีเป็นคนละส่วนกัน ในเรื่องดังกล่าวเป็นการฟ้องเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน แต่ในคดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะดำเนินคดีได้

เงินจำนวน 98,000 บาทที่ลูกน้องของนายชัยวัฒน์ นำมาให้นั้น ไม่รู้ว่าภายในมีเงินอยู่ และไม่ใช่เงินของตัวเอง แต่เห็นว่าถูกกลั่นแกล้งให้ต้องรับผิดในคดีเรียกรับสินบน

ด้านนายวราชันย์กล่าวว่า หลังมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้มีการเรียกหัวหน้าหน่วยงาน 13 แห่งและผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 17 คน เข้าให้ปากคำ ทราบว่าส่วนใหญ่ให้การว่า อธิบดีไม่เคยเรียกรับเงินและไม่เคยมีการจ่ายเงินให้กับอธิบดี แต่มาทราบภายหลังว่า ก่อนเข้าให้ปากคำมีการส่งคำให้การให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปให้ปากคำ เพื่อให้การไปในทิศทางเดียวกัน โดยผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน เห็นว่าข้อความในคดีให้การไม่ถูกต้อง จึงให้การไปว่า อธิบดีไม่เคยเรียกรับ และไม่มีใครเคยจ่ายเงินดังกล่าว 


อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิด“ชัยวัฒน์-เลขาหน้าห้อง” ให้การเท็จ

เรื่องนี้มีประเด็นที่ต้องพิสูจน์ ว่าเงินที่อยู่ในซองเป็นเงินที่เรียกรับสินบนหรือไม่ แต่ขณะเกิดเหตุทำไมอธิบดีถึงไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก เป็นเพราะอธิบดีไม่ทราบว่า ภายในซองเอกสารคืออะไร นายชัยวัฒน์เข้ามาพบเพียงครู่เดียว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแสดงตัวจับกุม ส่วนเรื่องคดีความต้องไปว่ากันในชั้นศาล ว่าสุดท้ายศาลจะพิจารณาตัดสินอย่างไร

ข่าวล่าสุด