เนชั่นทีวี

ข่าว

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

07 มิ.ย. 2566 | pratchawin_boo

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์ สัปดาห์เดียวถูกหลอกกว่า 5 พันคดี เสียหายร่วม 500 ล้านบาท เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนร่วมพันคดี อันดับหนึ่งคือหลอกขายสินค้า-บริการ ขณะที่คดีหลอกทำรายได้เสริม-หลอกลงทุนเทรดหุ้นปลอมเริ่มเพิ่มมากขึ้น

7 มิถุนายน 2566 คดีหลอกขายสินค้า ยังเป็นอันดับหนึ่งในการรับแจ้งความออนไลน์ ล่าสุดทาง พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน สร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะทำงาน แถลงข่าวเตือนภัยออนไลน์ประจำสัปดาห์ โดยมีสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ที่น่าสนใจ ในห้วงวันที่ 30 พ.ค.-3 มิ.ย.2566 รับแจ้งความทั้งหมด 5,644 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 842 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท 

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

สำหรับสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุด ยังเป็นคดีเดิมๆ 5 อันดับได้แก่

  1. คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ รับแจ้ง 3,074 คดี เสียหาย 36 ล้านบาท
  2. คดีหลอกลวงให้โอนเงิน เพื่อทำงานหารายได้พิเศษ รับแจ้ง 720 คดี เสียหาย 90 ล้านบาท
  3. คดีหลอกลวงให้กู้เงิน รับแจ้ง 558 คดี เสียหาย 22 ล้านบาท
  4. คดีข่มขู่ทางทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัว แล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) รับแจ้ง 267 คดี เสียหาย 80 ล้านบาท
  5. คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รับแจ้ง 224 คดี เสียหาย 105 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด  ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.) กล่าวว่าคดีออนไลน์ที่มิจฉาชีพนำมาหลอกลวงซ้ำเติมประชาชนในช่วงนี้ คือ คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ โดยการหลอกให้สมัครงาน สุดท้ายอ้างคนเต็ม ให้ทำภารกิจลงทุนแทน โดยจะโฆษณารับสมัครงานทางเฟซบุ๊ก ใช้รูปและโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือชักชวนให้ทำงาน มีเงื่อนไขในการสมัครงานง่าย รายได้ดี


สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี
 

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ทักสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพคนที่ 1 จะให้เพิ่มเพื่อนไลน์ มิจฉาชีพคนที่ 2 จะอ้างว่ามีคนทำงานตามที่โฆษณาเต็มแล้ว ก่อนจะเสนอให้ผู้เสียหายทำภารกิจซื้อพอร์ตหุ้น ในเว็บไซต์ปลอมเทรดหุ้นชื่อดัง โดยจะได้ผลตอบแทน 20% ผู้เสียหายหลงเชื่อ กดลิงก์สมัครและลงทุนในเว็บไซต์ตามคำแนะนำของมิจฉาชีพ
 

ครั้งแรกลงทุน 100 บาท ได้ 130 บาท ถอนเงินออกได้ ครั้งที่สองลงทุน 300 บาท ถอนเงินออกได้ 390 บาท ครั้งที่ 3 ลงทุน 800 บาท จำนวนเงินขึ้นในเว็บไซต์ 960 บาท แต่ยังถอนไม่ได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องลงทุนเพิ่มอีก 6 ครั้ง ในแต่ละครั้งต้องลงทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า ของครั้งก่อน ผู้เสียหายลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อทำเรื่องถอน มิจฉาชีพอ้างว่าสลิปไม่บันทึก ตามที่แอดมินแจ้ง ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อแก้ไข และต่อมาก็อ้างข้อผิดพลาดต่างๆ และไม่คืนเงินให้ผู้เสียหาย

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

นอกจากนี้ยังพบหลอกสมัครทำงานพิเศษ แต่ต้องเสียเงินค่าทำสัญญา ค่าบัตร ค่าประกันสินค้ามิจฉาชีพเปิดเพจเฟซบุ๊กปลอม โดยนำโลโก้กรมการจัดหางานมาประกอบการโฆษณา หลอกรับสมัครพนักงานแพ็กสบู่ โดยได้ค่าตอบแทนสูง ตามแพ็กเกจ มีแพ็กเกจเริ่มต้นที่ก้อนละ 10 บาท ชุดละ 400 ก้อน (บางกรณีหลอกจัดเตรียมสินค้าหรือแพ็กสินค้า)


ผู้เสียหายหลงเชื่อทักแชทสนทนา มิจฉาชีพคนที่ 1 ให้เพิ่มเพื่อนไลน์ มิจฉาชีพคนที่ 2 แจ้งรายละเอียดการทำงาน และให้ทำสัญญาเป็นเงิน 2,099 บาท ค่าบัตรพนักงาน 1,299 บาท และค่าประกันสินค้า 599 บาท โดยจะคืนเงินทั้งหมดเมื่อทำภารกิจสำเร็จ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินให้ไปแล้วจะอ้างเรื่องต่างๆ เพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม สุดท้ายปิดกั้นผู้เสียหายหรือปิดเพจหนีไป

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลอกเชื่อและควรตรวจสอบหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หากต้องการติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ ควรโหลดและติดตั้งจาก Google Play store หรือ Apple Apps Store เท่านั้น ไม่ควรดาวน์โหลดจากลิงก์หรือข้อความที่มีคนส่งให้


พล.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวเน้นย้ำและเตือนประชาชน ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจก่อน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลว่ามีการแอบอ้างว่ามีการจัดโปรโมชั่นพิเศษ เช่น สายการบินที่น่าเชื่อถือ หลอกว่าผู้เสียหายเป็นลูกค้าชั้นดี ชั้นธุรกิจ ใช้บริการของสายการบิน จึงจัดโปรโมชั่นเพื่อตอบแทนที่เป็นลูกค้าชั้นดี หากใช้บริการจะได้ส่วนลด 20-30% พอผู้เสียหายสนใจก็จะให้โอนเงิน ส่วนใหญ่เป็นบัญชีม้า จากนั้นก็จะติดต่อไม่ได้ เช่นเดียวกับโรงแรมที่พัก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว จะหลอกว่ามีโปรโมชั่น เพื่อดึงดูดความสนใจ

ที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลงเชื่อหลายราย จึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน เช่นโทรศัพท์ไปสอบถามทางโรงแรมที่เป็นหมายเลขหรือเบอร์ท้องถิ่นนั้นๆเป็นต้น ไม่ควรกดหรือโทรเบอร์ที่แนบมาตามลิงก์ เพราะมีโอกาสจะตกเป็นเหยื่อสูง หรือกรณีที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านลำพัง ขอให้เตือนว่าอย่าไปกด หรือทางที่ดีควรใช้มือถือรุ่นเก่า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องคอยเตือน เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้เสียหายจำนวนมาก

สถิติพุ่ง ตัวเลขรับแจ้งความคดีออนไลน์อาทิตย์เดียวถูกหลอก 5 พันคดี

ข่าวล่าสุด