เนชั่นทีวี

ข่าว

สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด

07 มิ.ย. 2566 | pratchawin_boo

สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด

ภายหลังเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหาย-ซ้อมทรมาน พบถูกร้องเรียนแล้วกว่า 900 เรื่อง เร่งตรวจสอบว่าเรื่องอะไร คาดร้องขั้นตอนปฏิบัติ มากกว่าบังคับทรมาน ยอมรับว่าตำรวจต้องปรับตัว ทำงานยากขึ้น บันทึกภาพตลอดเวลา หวั่นถูกร้องตรวจสอบ ทำคดีชะงัก

ทันทีที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ หลังจากที่ครม.มีมติเลื่อนบังคับใช้ 4 มาตราสำคัญ มาตรา 22 การควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกภาพและเสียง อย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนหรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าว

มาตรา 23 การควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบ ต้องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว มาตรา 24 การเข้าถึงข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัว และ มาตรา 25 การไม่เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว กรณีอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมาย ละเมิดต่อความเป็นส่วนตัวเกิดผลร้ายต่อบุคคล หรือเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวน

ตำรวจถือเป็นหน่วยงานหลัก ในการบังคับใช้กฎหมาย เมื่ออุปกรณ์ยังไม่พร้อม  ผู้ปฏิบัติชั้นผู้น้อยจะต้องเจอกับปัญหาอุปสรรค จนทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนตามมา ที่ผ่านมาหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ มีการร้องเรียนเกี่ยวกับกฏหมายดังกล่าว กว่า 900 เรื่อง วันนี้เราพามาคุยกับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.กมค.) ซึ่งดูแลเรื่องดังกล่าว  
 

สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด

เชื่อร้องเรียน แนวทางปฎิบัติมากกว่าจับกุม

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.กมค. มองว่าการร้องเรียนกว่า 900 คดีนั้น ต้องกลับมาดูว่าเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับคดีอะไร และร้องเรียนเรื่องอะไร ซึ่งจากที่ได้ไปร่วมประชุมกับกระทรวงยุติธรรม พบว่าเป็นเรื่องเก่าหลายเรื่อง และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์ ที่ถูกนำมาร้องเรียน

 

แต่เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมมีการกระทำทรมานหรือว่าอุ้มหาย ตามข้อหาหลักๆตามกฎหมายนี้ คาดว่าจะเป็นเพียงการร้องเรียนเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ เรื่องการบันทึกภาพหรือการแจ้งการจับกุมมากกว่า

 

ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนในช่วงที่ พระราชกำหนดขยายระยะเวลาการบังคับใช้อนุมาตรา 22, 23, 24, 25 ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม ทำให้ผู้ต้องหาหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางคดีนำมาร้องเรียนได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยแล้วว่ากรณีดังกล่าว ไม่กระทบต่อกิจการที่ได้เป็นไป ในระหว่างที่บังคับใช้พระราชกำหนดนั้น

 

สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด
 


รับพรบ.อุ้มหายตำรวจทำงานยากขึ้น

ส่วนพ.ร.บ.อุ้มหายจะเป็นการเพิ่มอุปสรรคการทำงานให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า เมื่อกฎหมายถูกบังคับใช้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม แต่ยอมรับว่ากฎหมายดังกล่าว ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยากขึ้น มีขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติตาม เช่นการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องมีการจัดหากล้อง ที่สะดวกต่อการใช้งาน ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ

เตรียมพร้อม-วางแนวทางปฏิบัติแล้ว

ขณะนี้ได้มีการจัดสรรกล้องให้กับผู้ที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วนในการปฏิบัติงาน นอกจากกล้องติดตัว ยังต้องมีการจัดซื้อในเรื่องของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลด้วย ขณะเดียวกันได้มีการออกแนวทางการปฏิบัติ ตามที่กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิประกาศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการออกแนวทางปฏิบัติแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้ว


สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด
 


ข้อยกเว้นบันทึกภาพ-เสียงเหตุสุดวิสัย

ส่วนข้อยกเว้นในการบันทึกภาพและเสียงระหว่างจับกุม ตามกฎหมายระบุเอาไว้ว่าต้องมีการบันทึกเอาไว้ทุกเหตุการณ์ ยกเว้นจะเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ไม่สามารถป้องกันหรือเป็นเหตุที่ไม่สามารถคาดหมายได้ ว่าจะเกิดขึ้น เช่นการต่อสู้ระหว่างจับกุม จนทำให้กล้องติดตัวตกหล่นเสียหาย หรือชำรุด จนทำให้ไม่สามารถบันทึกภาพได้ หรือเหตุซึ่งหน้าต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเจอ แต่เมื่อเหตุสุดวิสัยดังกล่าวพ้นไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องพยายามกลับมาบันทึกภาพ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย


 

สัมภาษณ์พิเศษ : ตร.ขานรับ “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ท่ามกลางข้อจำกัด


เทคนิคร้องเรียน เบี่ยงเบน-ชะลอการสืบสวน

ขณะที่มุมมอง บางส่วนมองว่า พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ที่เพิ่มขั้นตอนการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะส่งผลกระทบกับการทำงานของตำรวจบ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ มองว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ดีโดยมีเจตนาเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่ก็อาจจะมีผู้ต้องหาที่กระทำผิดซ้ำ หรือผู้ต้องหาที่เป็นอาชญากร เป็นองค์กร คือคนร้ายที่มีฐานะร่ำรวยและมีความรู้ ก็จะอาศัยเทคนิคหรือช่องว่างของกฎหมายมาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำการจับกุม
 

เหตุผลที่กล้าร้องเรียน เพราะกฎหมายฉบับดังกล่าว มีการระบุไว้ว่า การร้องเรียนหากทำโดยสุจริตใจ ต่อมาเมื่อพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีการทำผิด ผู้ที่ร้องเรียนก็จะไม่มีความผิด จึงอาจมีการใช้เทคนิคนี้ ในการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการเบี่ยงเบน หรือชะลอการสืบสวนสอบสวนของชุดปฏิบัติการที่ทำคดีอยู่


อาจทำให้ลดทอนความมั่นใจในการปฏิบัติงาน เกิดความท้อใจ หรือใช้เทคนิคการร้องเรียน เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนในคดีที่ถูกจับกุมหยุดชะงัก และทำให้เจ้าหน้าที่ถูกตรวจสอบ

 

 

ข่าวล่าสุด