นอกจากนี้ อดีต ส.ส.อ. รายนี้ ยังเป็นหัวหน้าพรรค ที่มีการเบิกถอนงบจาก กกต. ไปรวมกว่า 17.7 ล้านบาท โดย ทางกรรมการพรรคไม่เคยทราบ และไม่เคยมีการพูดคุยในการประชุมพรรค แต่กลับมีการปลอมเอกสารการประชุมส่ง กกต. ว่า มีการพูดคุยเรื่องการนำเงินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ จนสุดท้าย กกต.มีหนังสือทวงหนี้ มาถึงกรรมการพรรคกว่า 60 คนแทน เพราะติดต่อหัวหน้าพรรคไม่ได้
นายทรงกฤษดากร กล่าวอีกว่า อดีต ส.ส.อ. ยังเบี้ยวไม่จ่ายเงินค่าหาเสียง ให้กับผู้สมัครแต่ละเขตกว่า 300 เขต ความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท และเบี้ยวจ่ายเงินเดือนพนักงาน แม่บ้าน และลูกจ้างที่ทำงานในที่ทำการพรรค 7 เดือน จนหลายคนได้รับความเดือนร้อน ไม่มีเงินประทังชีวิต ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน และถูกยึดรถจักรยานยนต์
ส่วนสาเหตุที่ ผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อ เพราะ อดีต ส.ส.อ. อ้างว่า มี ส.ส. และรัฐมนตรีคนดังหลายคน จะช่วยเหลือเรื่องเงินทุน และชาวบ้านมักจะเห็น อดีต ส.ส.อ. ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรี ที่อ้างถึงเสมอ ๆ จึงเชื่อว่า มีความสนิทสนมกันจริง
ล่าสุด ผู้เสียหาย สามารถติดต่อ อดีต ส.ส.อ. ได้มาเมื่อเช้า เพราะทราบว่า ผู้เสียหายจะมาร้องเพจสายไหมต้องรอด จึงถูกข่มขู่ผู้เสียหายว่า จะฟ้องกลับฐานแจ้งความเท็จ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนหวาดกลัว และหวั่นว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะถือเป็นอดีต ส.ส. ที่มีอิทธิพลในพื้นที่
ด้าน นายเอกภพ ระบุว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ และจะตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคดีของผู้เสียหายทั้งหมด มีการแจ้งความไว้ในสถานีตำรวจท้องที่แล้ว ซึ่งจะประสานไปติดตามความคืบหน้าคดีกับทางตำรวจ หาก อดีต ส.ส. รายนี้ ทำผิดจริง ก็อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน เพราะมีผู้เสียหายจำนวนมาก และต้องถูกดำเนินคดี