ด้านนางสมนึก เจ้าของร้าน ให้การอ้างว่า เปิดร้านนวดมาแล้ว 3 ปี และ ไม่ทราบว่ารถที่จอดหลังร้านเป็นรถที่ขโมยมา หรือป้ายทะเบียนที่ตำรวจยึดได้นั้น เจ้าตัวให้การอ้างว่าลูกนำมาฝากไว้ และไม่ทราบว่าลูกสาว และ ลูกเขยทำงานเกี่ยวกับการชำแหละรถเถื่อนแต่อย่างใด
ต่อมาเป็นการเข้าค้นในจุดที่สอง บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่โกดังสำหรับชำแหละรถ โดยตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางเป็นซากกล่องหัวฉีด แท่นตอกระบุตัวอักษร "ขส" ป้ายทะเบียนรถ - แผ่นวงกลมอีกจำนวนมาก เล่มทะเบียนรถ สมุดบัญชีซื้อขายรถ และที่ด้านหลังเจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์อีก 5 คัน ประกอบด้วย
- รถยนต์โตโยต้า ยาริส ติดป้ายทะเบียน 7XXX ฉะเชิงเทรา
- รถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ติดป้ายทะเบียน กว 7XXX นครสวรรค์
- รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ติดป้ายทะเบียน ขฉ 5XXX กรุงเทพมหานคร
- รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ติดป้ายทะเบียน ขห 2XXX เชียงใหม่
- รถยนต์มาสด้า 3 ติดป้ายทะเบียน ศอ 5XXX กรุงเทพมหานคร
ด้านนายรุ้ง หนึ่งในผู้ต้องหา ระบุว่า เปิดอู่รับซื้อรถแห่งนี้มานานกว่า 2 ปี โดยรถของผู้เสียหายนี้ มีทางนายภีรพัฒน์ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ได้ติดต่อผ่านทางแชทเข้ามาเสนอขายรถ เมื่อไปดูในครั้งแรกช่วงค่ำ พบว่าเอกสารไม่ครบถ้วน ตนจึงไม่ซื้อ แต่ในเช้าวันถัดมา นายภีรพัฒน์ ได้ติดต่อมาอีกครั้งผ่านแฟนสาวว่าเอกสารครบแล้ว จึงได้ซื้อรถคันนี้มา
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า แก๊งนี้ ถือว่าเป็นขบวนการชำแหละรถเถื่อนรายใหญ่ ส่วนใหญ่จะส่งขายในพื้นที่ จ.นนทบุรี และจากการสอบสวนทราบว่า คนร้านกลุ่มนี้จะไม่เน้นรถยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หลังจากที่คนร้ายรับซื้อรถมาแล้ว ก็จะยกตัวเครื่องขึ้นและเจียร์ตัวเลขออก
จากนั้นก็จะตอกตัวเลขเข้าไปใหม่ ทั้งในส่วนของเลขเครื่อง และ เลขคัสซี ส่วนทะเบียนเล่มรถนั้น ก็จะหาเล่มทะเบียนจริงมาใช้ โดยหาซื้อมาจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็ตอกเลขให้ตรงกับทะเบียนเล่ม และส่งขาย ได้เงินมาในหลักแสนบาท ซึ่งเส้นทางการเงินหลังจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบต่อไป
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนความเกี่ยวโยงกับนายภีรพัฒน์ คนร้ายที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ จากการสอบสวน นายรุ้งให้การอ้างว่า รู้จัก และซื้อขายรถเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการชำแหละรถเถื่อนนี้มีการรับรถเข้ามาเฉลี่ยสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5 คัน ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะต้องตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน รวมถึง เล่มทะเบียนรถด้วยว่าถูกต้องหรือไม่
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชน ตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถที่ถูกยึดไว้ครั้งนี้ หากพบว่าตกเป็นผู้เสียหาย สามารถแจ้งได้ที่ บก.สส.บช.น. หรือทางเฟซบุ๊ก สืบสวนนครบาล IDMB และฝากเตือนไปถึงกลุ่มผู้ซื้อขายรถเถื่อน ขอให้เลิกพฤติกรรมในลักษณะนี้ไม่เช่นนั้นจะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน