พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐ ระดับ ผู้กำกับการ , รองผู้กำกับการ , สารวัตร ของ สภ.ปากเกร็ด อีกจำนวน 8 คน ถูกแจ้งข้อหา ตามมาตรา 157 “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ” ประกอบด้วย
1. อดีต ผกก.สภ.ปากเกร็ด ปี 2560-2562
2. อดีต ผกก.สภ.ปากเกร็ด ปี 2562-2565
3. อดีต รอง ผกก.ป. สภ.ปากเกร็ด ปี 2560-2562
4. อดีต รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด ปี 2562-2564
5. อดีต รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด ปี 2564-2565
6. อดีต รอง สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 2557-2563
7. อดีต สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 2563-2564 และ
8. อดีต สว.อก.สภ.ปากเกร็ด ปี 2564-2565
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตำรวจได้สืบสวนและติดตามปืนหลวงกลับมาได้แล้ว 64 กระบอก เหลืออีก 96 กระบอก ยังอยู่ระหว่างการติดตาม เบื้องต้นทราบว่ามีประมาณ 20 กระบอก ถูกส่งไปให้กองกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วย โดยเป็นปืน M16 หรืออาวุธสงคราม เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งของประเทศเพื่อนบ้านจึงมีบางกลุ่มที่ต้องการใช้อาวุธปืนในการต่อสู้
“สำนวนในคดีนี้ประกอบด้วยเอกสารมากกว่า 2,200 แผ่น สอบปากคำพยาน 30 ปาก ซึ่งศาลได้มีคำสั่งพิพากษา ด.ต.เชาวลิต จำคุก 256 ปี 168 เดือน แต่ให้จำคุกจริง 50 ปี ตามกฎหมาย ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 23 คนอยู่ระหว่างสรุปสำนวนส่งอัยการ และ การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ได้สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.ชี้มูลคดีดังกล่าวไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา”