ส่วนคดีที่สอง เป็นการปิดคดีทลายสมาคมเถื่อนแก๊ง 14K หลอกลวงทรัพย์สิน และหาผลประโยชน์จากคนไทยและคนจีน โดยคดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ชุดเฉพาะกิจได้สืบสวนพบว่ามีกลุ่มคนจีน ทำการจัดตั้งสมาคมเถื่อน ภายใต้ชื่อสมาคม หง เหมิน โดยสมาคมแรก คือสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโลก หง เหมิน ซึ่งมีนาย ป๋าย จ้าวฮุย เป็นประธานสมาคม ซึ่งสมาคมดังกล่าว ตั้งอยู่พื้นที่ ย่าน สน.วังทองหลาง ส่วนสมาคมที่สอง สมาคมพันธมิตร หง เหมิน โลก มีนายวุฒิ แซ่เหลียง เป็นประธานสมาคมประจำสาขาไทย ในพื้นที่บางขุนเทียน พื้นที่ สน.ท่าข้าม
จากการตรวจสอบของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าทั้งสองสมาคม ไม่ได้มีการจัดตั้งสมาคมอย่างถูกต้อง และการตรวจค้น เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบพยานหลักฐานจำนวนมาก จึงออกหมายจับ นายป๋าย จ้าวฮุย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่นายป๋าย จ้าวฮุย รู้ตัวล่วงหน้าเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประสานงานระหว่างทางการไทยและจีน เพื่อทำการตรวจสอบว่า หลบหนีไปอยู่ที่ใด สำหรับ นายป๋าย จ้าวฮุย เป็นบุคคลหนึ่งที่ทางการจีนต้องการตัว กลับไปดำเนินคดี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุอีกว่า ทั้งคดีมณฑลชานซี สมาคมแห่งประเทศไทยของนายหยู ซิน ฉี และสมาคมหงเหมิน ของป๋าย จ้าวฮุย ทั้งสองคดี ไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นคดี จีนเทาหลอกจีนเทา และจีนดำหลอกจีนดำ จึงทำให้คดีนี้ไม่มีผู้เสียหาย
“ส่วนสาเหตุที่กลุ่มคนจีนเทาเข้ามาใช้พื้นที่ประเทศไทย ในการเป็นที่ตั้งซ่องสุมเพื่อก่อเหตุหลอกลวงเพื่อนชาวจีนเพราะประเทศไทยสามารถเข้าออกได้ง่ายและระบบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังคงมีปัญหามีการทุจริตช่วยเหลือจึงทำให้เป็นจุดอ่อนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ในประเทศไทยได้ ยอมรับว่าต่อจากนี้ต้องมีการปรับปรุงระบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เข้มแข็งมากขึ้นเพราะหากมีการเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมืองและมีการปราบปรามอย่างจริงจังจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช้ประเทศไทยในการก่อเหตุกับเพื่อนร่วมชาติอีกต่อไป”