ส่วนตัวตนรู้จักกับบุคคลซ้ายมือ เพราะตอนเป็นผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 6(ผกก.สส.บก.6) เจ้าตัวได้ค้าขายอยู่ในเขตเยาวราช จึงได้เจอกันบ้าง และภรรยาตนกับภรรยาอีกฝ่ายก็รู้จักกัน โดยตอนที่แนะนำให้รู้จักกันกับพลตำรวจโทในภาพ ตนทำงานอยู่ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จึงไม่ค่อยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เลยไม่รู้ว่าเจ้าตัวประกอบธุรกิจสีเทาหรือไม่
แล้วตอนที่ติดต่อมา บุคคลในภาพก็บอกว่า อยากจะทำบุญและติดต่อธุรกิจกับนายชูวิทย์ เป็นแฟนคลับของนายชูวิทย์ ตนจึงแนะนำให้รู้จักกับพลตำรวจโทในภาพ เพราะว่าพลตำรวจโทสนิทสนมกับนายชูวิทย์ แต่ในส่วนของตนเองนั้น ไม่ได้รู้จักกับนายชูวิทย์เป็นการส่วนตัว อาจเคยเจอและพูดคุยกันบ้าง แต่ยืนยันว่า ตนไม่เคยไปที่โรงแรมเดวิส
นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังได้พาดพิงถึงภรรยาของตนว่าได้รับเงินโอนจากเครือข่ายพนันออนไลน์ ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยภรรยาตนประกอบอาชีพสุจริต เป็นเซลล์ขายไม้อัด ทำงานบ้านเอง ไม่จ้างคนใช้ ธุรกรรมทางการเงินสามารถตรวจสอบได้หมด ซึ่งหลังจากนายอัจฉริยะให้สัมภาษณ์เมื่อวาน พอตนกลับบ้านไป ตนเลยถูกภรรยาถามว่า ภรรยาคนไหนที่มีเงินหลายล้านเข้าบัญชี
ส่วนภาพคู่กับชายคนหนึ่ง ที่นายอัจฉริยะอ้างว่าเป็นคนเคลียร์คดีพนันออนไลน์นั้น ก็ไม่เป็นความจริง โดยคนในภาพเป็นลูกชายของเพื่อนตน ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จ.อ่างทอง เหตุการณ์ในภาพ คือ ตนไปบรรยายอบรม ที่ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เมื่อต้นมีนาคม ที่ผ่านมา พอเจอกัน เจ้าตัวเลยขอถ่ายรูปไปให้พ่อดูเท่านั้น แม้แต่เบอร์โทรก็ยังไม่มี