พร้อมทั้ง มีการสอบถามว่า นายสุรชัย มาจากไหน ได้บัตรประชาชนมายังไง พร้อมทั้งข่มขู่ว่า ทำผิดกฎหมาย กล่อมให้เคลียร์ให้จบ ก่อนที่ นายโก๊ะ เต็ก ชวน จะสื่อสารเป็นภาษาจีนกับนายสุรชัย ว่า เจ้านายต้องการค่าคุ้มครอง 20 ล้านบาท ก่อนที่ พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ จะบอกว่าให้จ่ายๆไปจะได้จบ
แต่นายสุรชัยพยายามต่อรองจนเหลือ 2 ล้านบาท ก่อนจะสั่งให้พนักงานในบริษัทฯ ขับรถกลับไปเอาเงินไปให้ นายโอภาส 1 ในกลุ่มคนร้าย ที่ปั๊มน้ำมัน ริมถนนวิภาวดีรังสิต จำนวน 1 ล้านบาท จึงยอมปล่อยตัว นายสุรชัย ออกมา ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ผู้เสียหายให้พนักงานไปโอนเงินให้คนร้ายอีก 1 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารชื่อ นายโอภาส ศรียา
ก่อนทางผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความ สน.โคกคราม จากนั้น พนักงานสอบสวน ได้ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว เหลือผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างตามจับกุม
ทั้งนี้ ผบก.ปอศ. ขณะนั้นได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารนั้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งถึงต้นสังกัดรับทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ทราบว่าได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งทางวินัยและทางอาญากับกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งตำรวจและทหาร
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันบุกรุก” ก่อนที่ พล.ต.จรูญ ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน และเงินสดจำนวนหนึ่งประกันตัว ส่วนสารวัตรทหารเรือ 4 นายใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 1 แสนบาทประกันตัวออกไป เหลืออีก 3 คน มีหลักฐานการกระทำความผิดชัดเจน ประกอบด้วย นายโอภาส ศรียา ผู้รับโอนเงิน พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. และนายโก๊ะ เต็กชวน ชาวสิงคโปร์ ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลด้วยว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อลักษณะเดียวกัน ในพื้นที่ สภ.พัทยา, สน.วังทองหลาง และสน.ห้วยขวาง ทำให้เชื่อได้ว่าขบวนการนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุด ตำรวจกำลังตรวจสอบหมายจับค้างเก่า และคดีเก่าที่เคยก่อเหตุของนายโอภาส เพื่อพิจารณาว่า ยังอยู่ในอายุความที่จะดำเนินคดีหรือไม่ และสาวถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป