ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้เดินทางมาสังเกตุการแถลงข่าว พร้อมกล่าวขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกนาย
โดย นายชูวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ทราบข่าวดีพร้อมกัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ”ศักดิ์สยาม” ถูกปลด ส่วนเรื่องที่สองคือตำรวจสอบสวนกลางจับกุมเครือข่าย “สารวัตรซัว” ทั้งนี้ในส่วนสารวัตรซัว ขณะนี้มีข้อมูลว่า เจ้าตัวได้มีคำสั่งให้เครือข่ายที่อยู่ในไทย เร่งย้ายฐานซอฟแวร์ออกนอกประเทศ เพราะตำรวจกำลังเร่งกวาดล้าง หากใครไม่ยอมทำตามเมื่อถูกจับก็จะไม่รับผิดชอบ หรือ พูดง่ายๆว่า คุณโดนทิ้งแล้ว และ เจ้าตัวก็กำลังเสวยสุขอยู่ที่ต่างประเทศ
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งบุคคลใกล้ชิด สารวัตรซัว หากจะไม่เอ่ยชื่อ ก็คงไม่ได้ คือ "เปา" ถือหุ้นแทนสารวัตรซัว ที่อาบอบนวด ลาลิซ่า และเชื่อว่ากำลังเตรียมตัวจะหนี แต่ก็มั่นใจว่า พล.ต.ท.จิรภพ ผบช.ก. ก็คงเร่งตามจับตัว เพราะมีความเชื่อมโยงไปถึง แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะเครือข่าย สารวัตรซัว ค่อนข้างใหญ่มาก และเชื่อว่ารูปแบบการทำงานของตำรวจสอบสวนกลางไม่ใช่แค่จับโชว์ 2-3 วันแล้วเงียบหายอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวน นายจิ๋ว รับสารภาพว่า บริษัททั้งหมด 11 บริษัทที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นนั้น เป็นของสารวัตรซัว โดยนำชื่อตนไปเป็นกรรมการ อย่างไรก็ตาม นายจิ๋ว ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปถึงสารวัตรซัวและเครือข่ายที่เหลือต่อไป
รายงานแจ้งว่า สำหรับนายจิ๋ว เป็นประธานกรรมการ, กรรมการ, ผู้ถือหุ้น อดีตผู้ถือหุ้น ถึง 11 บริษัทดังนี้
บริษัท กะเพรา เอ็กซ์เพรส จำกัด
บริษัท เป็นต่อกรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด
บริษัท เป็นต่อ ทรานสปอร์ต
บายเป็นต่อกรุ๊ป จำกัด
บริษัท เป็นต่อ เอ็กซ์เช้น 2 จำกัด
บริษัท เป็นต่อ เอ็กซ์เช้นจ์ จำกัด
บริษัท เป็นต่อ เอสเตท จำกัด
บริษัท พีทีจี ซอพต์แวร์ จำกัด
บริษัท พีที ซอฟแวร์ บายเป็นต่อกรุ๊ป จำกัด
บริษัท สน็อคโค เทคโนโลยี จำกัด
บริษัท ไอ แคปบิตอล โฮลดิ้ง จำกัด
และสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นต่อกรุ๊ป จำกัด