ขณะที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่าว่า พบความผิดปกติและพิรุธจากการให้การของแม่เด็ก ตั้งแต่คำกล่าวอ้างเรื่องชายเสื้อเหลืองมาอุ้มเด็กไป และกลับคำให้การ จนถึงตอนนี้ที่ออกมารับสารภาพ แต่การค้นหาในจุดต่างๆ ยังไม่มีรอยหลักฐาน จึงยังไม่ชัดว่าเป็นคำสารภาพที่จริงหรือไม่
รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ระบุอีกว่า หากวิเคราะห์ถึงปูมหลังการกระทำผิดของแม่ จากที่มูลนิธิกระจกเงา และถูกนำเสนอในสื่อสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในครอบครัวที่เรียกว่ามาจากความรุนแรงในครอบครัว ที่ส่งผลให้เกิดกระทำต่อบุคคลอื่นและกลายเป็นอาชญากร เคสนี้คล้ายกับคดีของไอช์ หีบเหล็ก ที่มาจากความรุนแรงในครอบครัว
มองว่าเคสแม่เด็ก 8 เดือนเกิดจากความรุนแรงในครอบครัวที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีความรัก ไม่มีสายใยจากครอบครัว ทำให้พฤติกรรมที่สะท้อนออกมาด้วยการโกหก เป็นสัญชาติการเอาตัวรอด
หากถามว่าแม่เด็ก 8 เดือนมีโอกาสเป็นคนดีหรือกลับมาใช้ชีวิตได้หรือไม่ ถ้าสังคมให้โอกาส นักอาชญาวิทยา บอกว่า ในแง่ของคดีต้องรอพยานหลักฐานและการพิสูจน์ว่าเป็นการเจตนาฆ่าหรือจงใจกระทำต่อลูกหรือไม่ ซึ่งยังต้องรอกระบวนการกฎหมาย แต่ในแง่ของสังคมการฟื้นฟูมีโปรแกรมที่ทำให้เยียวจาจิตใจได้ แต่ขึ้นกับผ้าขาวที่เปื้อนผืนนั้นว่าเปื้อนอะไรมาบ้าง
ทั้งนี้ มองว่าโอกาสฟื้นฟูจิตใจ และการยอมรับของสังคมทำได้ แต่ขึ้นกับผ้าขาวผืนนั้นว่าเปื้อนอะไรมา ถ้าเปื้อนแค่หมึกสีเทา ซักแล้วยังจาง แต่ถ้าเปื้อนหลายสิ่งจนซักไม่ออก คงกลับคืนเป็นผ้าขาวได้ยาก