สำหรับบริษัทที่ “มายส์” และ “บอส” ตั้งร่วมกันนั้น กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบพบว่า คือ บริษัท วอเตอร์ โซนิค จำกัด มีนายณพมนัส และนายเอกชัย เป็นกรรมการบริษัทร่วมกัน
ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2566 พบว่า บริษัทแห่งนี้ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2558 ทุนปัจจุบัน 5 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 1000/137 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจกิจกรรมของบริษัทตัวแทนและสำนักงานคัดเลือกนักแสดง ปรากฏชื่อกรรมการ 3 ราย ได้แก่
- นายณพมนัส สังขทรัพย์
- นายเทพวรรณ คณินวรพันธุ์ (“บาส” นักธุรกิจด้านการจัดอีเวนท์ชื่อดังอย่าง “ZAAP Party”)
- นายเอกชัย ขจรบุญถาวร
นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 5 ก.ย. 2565 มีผู้ถือหุ้นรวม 12 ราย ได้แก่ นายณพมนัส สังขทรัพย์ ถือหุ้นใหญ่สุด 44% นายเอกชัย ขจรบุญถาวร ถือรองลงมา 17% นายวุฒิธร มิลินทจินดา (วู้ดดี้ พิธีกรชื่อดัง) ถือ 10% นายสุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ ถือ 10% นางนวลชืน เจริญลาภ ถือ 5% นายพงษ์กร ร่วมพัฒนกิจ ถือ 2.5%
น.ส.อมราภรณ์ ปฎิภาณวิเศษ (แต่งงานกับนายอนุรักษ์ เก่งเรียน มีศักดิ์เป็นสะใภ้ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม) ถือ 2.5% นายพณ ศรีสอ้าน ถือ 2% นายอนันตพร บุญญาเสถียร ถือ 2% นายรชต ธันยาวุฒิ (นักธุรกิจดัง จัดงานอีเวนท์) ถือ 2% นายธนัช ลิขิตวัฒนานุรักษ์ ถือ 2% นายองค์ จันทภาษา ถือ 1%
นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2564 มีสินทรัพย์รวม 10,423,551 บาท หนี้สินรวม 582,257 บาท มีรายได้รวม 74,250 บาท รายจ่ายรวม 16,500 บาท กำไรสุทธิ 57,750 บาท
ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ของ “ณพมนัส” หรือ “มายส์” ผู้ถูกกล่าวหาคดีดังกล่าวนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ทำธุรกิจกับคน “วงการบันเทิง” เป็นหลัก เช่น บริษัท แซ๊ป ออนเซล จำกัด ที่มีนายณพมนัสเป็นกรรมการ พบว่า นายเทพวรรณ คณินวรพันธุ์ หรือ “บาส” นักธุรกิจด้านการจัดอีเวนท์ชื่อดังอย่าง “ZAAP Party” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 50% และบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ถือหุ้น 49.999% (บริษัทแห่งนี้มีบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่สุด 100%)
รวมถึง บริษัท แซ๊ป เวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่มี “ณพมนัส” หรือ “มายส์” เป็นกรรมการร่วมกับ “บาส เทพวรรณ” โดยเจ้าตัวยังถือหุ้นใหญ่ 41.1765% เท่ากับบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่ถือ 41.1765% เช่นกัน (บริษัทแห่งนี้มีบริษัท เวลท์ แคปปิตอล วัน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด 27.58%) ส่วน “ณพมนัส” ถือหุ้นอยู่ที่ 12.9412%
การเข้าไปร่วมคลุกคลี-ทำธุรกิจกับคนในวงการบันเทิง สะท้อนให้เห็นว่า “คอนเนกชั่น” ของ “ณพมนัส” ผู้ถูกกล่าวหาจัดทำด้านการเงินให้แก่ กลุ่ม “4 บ.” ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดีนอกเหนือจาก “ณพมนัส” ที่ถูกตั้งข้อหาไปแแล้ว บริษัท กรรมการ และผู้ถือหุ้นที่เหลือ ยังไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ ทั้งสิ้น จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ทั้งหมด