คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังจำคุกคนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม ฐานซ่อนเร้นอำพรางศพจำคุกคนละ 1 ปี แต่เมื่อลงโทษทุกกระทงแล้ว คงลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสามสถานเดียว กับให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 1,674,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.60 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
ต่อมาจำเลยทั้งสามยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าบางส่วน แต่ความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ ก่อนพิพากษายืนลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสามสถานเดียว และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยให้กับโจทก์ร่วม ต่อมาจำเลยทั้งสามยื่นฎีกา
โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่สามฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายนิวัฒน์ หรือโจ๊ก สวยทอง, นายภูมิทัศน์ หรือ อุ๋ม พิบูรณ์สวัสดิ์ , น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์, พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และนายสนองหรือกำนันหนอง สมสิทธิ์ กำนัน ต.ลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเดียวกันนั้น
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.62 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1,2,4,5 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิตนายนิวัฒน์ หรือโจ๊ก จำเลยที่ 1 และ นายภูมิทัศน์ หรืออุ๋ม จำเลยที่ 2 สถานเดียว ส่วน พ.ต.อ.อำนวย จำเลยที่ 4 ให้จำคุก 15 ปี ส่วน นายสนอง หรือ กำนันหนอง จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 10 ปี
นอกจากนี้ศาลยังมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1,2,4,5 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติของผู้เสียชีวิต โจทก์ร่วมที่ 1 ด้วยเป็นเงิน 2,790,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นนั้น นับตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.2560 ซึ่งเป็นวันกระทำละเมิดเป็นต้นไป
ส่วน น.ส.กรรณิกา หรือดาว จำเลยที่ 3 ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอ