ซึ่งการโฆษณาชักชวนหลอกลวงประชาชนของผู้ต้องหากับพวก ดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงไม่มีการนำเงินไปลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ (Forex) ตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นการนำเงินจากประชาชนผู้ลงทุนรายนั้นหรือรายอื่นมาหมุนเวียนจ่ายแก่ประชาชนผู้ลงทุนรายนั้นเอง หรือผู้ลงทุนให้กู้ยืมเงินรายอื่น หรือได้นำเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงดังกล่าวไปซื้อทรัพย์สินอื่น หรือโอนฝากนั้นเองหรือผู้ลงทุนให้กู้ยืมเงินรายอื่น
หรือได้นำเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงดังกล่าวไปซื้อทรัพย์สินอื่น หรือโอนฝากเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา กับพวกของตนเอง ทั้งนี้คดีปรากฎหลักฐานว่าผู้ต้องหา ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการร่วมกระทำความผิดเป็นการรับโอนเงิน ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีนี้ จากบัญชีเงินฝากของนายอภิรักษ์ โกฎธิ กับพวก เข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของผู้ต้องหา โดยไม่ปรากฏมูลหนี้ต่อกัน รวมเป็นเงินจำนวนหลายล้านบาท
อันมีลักษณะเป็นการตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่กันในระหว่างผู้กระทำความผิด มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง และมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินโดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้
เป็นการนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินโดยไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ โดยการหลอกลวงดังกล่าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายจำนวน 9,424 ราย มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 2,489,820,321.52 บาท
ทั้งนี้ ศาลได้อนุมัติหมายจับนายแดริล ยังฮุย ไช ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 2412/2565 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 จากนั้นวันที่ 16 มกราคม 2566 ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะเดินทางไปสิงคโปร์ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าแสดงตัวและจับกุม ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันและมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับของศาลอาญาดังกล่าวจริง
จึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 ,5,12,15, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรกและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3,14
เหตุเกิดที่แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.และท้องที่ต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ถึง วันที่ 28 ธันวาคม 2562
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องสอบพยานอีก 50 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษและอื่น ๆ
จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวนมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 มกราคม 2566 และขอคัดค้านการประกันตัว เหตุผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับมูลค่าความเสียหายในคดีค่อนข้างสูง เกรงว่าจะหลบหนีอีก และยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง
ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้