ทั้งนี้ ศาลพิพากษาว่าจำเลย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล "อดีต ผกก.โจ้" จำเลยที่ 1-5 เเละ7 กระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษข้อหาฆ่าโดยโหดร้ายทารุณฯบทหนักสุดให้ประหารชีวิตลดโทษ 1 ใน3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่6 ผิดข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมานอาญามาตรา 157 จำคุก 5 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 1 2 3 4 5 7 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 6 ลงโทษ 5 ปี 4 เดือน
สาเหตุที่ศาลบรรเทาโทษ เนื่องจากพบว่าหลังจากที่ผู้ตายหมดสติ ทั้งหมด ให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ. เเละ ช่วยค่าปลงศพ 3หมื่นบาท ร่วมกันวางเงินเยียวยาผลร้ายให้กับบิดามารดา คนละ 3เเสนบาทเป็นเหตุลดโทษให้จำเลย คนละ1ใน 3
จำเลยที่ได้รับโทษจึงได้รับโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่6 ไม่ได้กระทำความผิด ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น (เต้) ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองนครสวรรค์ ประจำชุด เป็นผู้สังเกตการณ์ ลงโทษ 5 ปี 4 เดือน
ส่วนกรณีที่ บิดามารดา ยื่นให้ชดใช้ค่าเสียหายทางเเพ่ง 1.5 ล้านบาท ศาลพิจารณาเเล้วเห็นว่า ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิด เจ้าหน้าที่ กรณีดังกล่าว ให้สิทธิ์ ผู้เสียหาย ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัดเจ้าหน้าที่รัฐ คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ขณะที่ "ร.อ.ต.จักรกฤษ จั่นดี" พ่อของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า พอใจคำตัดสินของศาล เเต่ยังรับไม่ได้กับพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ เเต่พร้อมอโหสิกรรมและขอฝากถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำเกินกว่าเหตุ ยืนยันว่า ไม่มีการเคลียร์นอกรอบ
สำหรับการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ปรากฏว่า ไม่มีรถควบคุมผู้ต้องขังจากเรือนจำ นำตัว "อดีตผู้กำกับโจ้" กับพวกรวม 7 คน เดินทางมาที่ศาล จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบว่า วันนี้จะไม่มีการเบิกตัวผู้ต้องขัง เพื่อเดินทางมาที่ศาล และจะมีการนัดฟังคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์