พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา เบื้องต้นในชั้นจับกุม ยังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่า เป็นคู่แข่งทางการเมืองกับผู้บาดเจ็บ สำหรับหลักฐานในคดีนี้ มั่นใจว่า แน่นหนาพอสมควร ส่วนมูลเหตุแรงจูงใจไม่ขอเปิดเผยเป็นความลับในสำนวน เกรงจะกระทบรูปคดี
แต่ยืนยันว่า มีหลายเรื่องไม่ใช่แค่ การร้องเรียนเรื่องแพเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่พยายามรวบรวมหลักฐาน ทำอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา ส่วนกรณีที่ นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ บิ๊ก กุมารขาว เสียชีวิตนั้น จากแนวทางสืบสวนพยานต่าง ๆ ไม่ปรากฎหลักฐานว่า ถูกฆาตกรรม น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายจากความกดดัน และน้อยใจ
“ยืนยันว่าการจับกุม นายประสพโชค ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง และไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เป็นการจับกุมตามพยานหลักฐาน เมื่อพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง ก็จำเป็นต้องดำเนินคดี”
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า การที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ยึดพยานหลักฐานเป็นที่ตั้ง ทำอย่างตรงไปตรงมา และจากหลักฐานที่มีอยู่ พบความเชื่อมโยงเพียงพอที่จะออกหมายจับ ส่วนคดีทุจริตนำแพมาใช้ประโยชน์ส่วนตัวนั้น
เบื้องต้นก่อนหน้าทาง อบต.บางสมบูรณ์ ได้ส่งตัวแทนมาเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ปปป. ก่อนจะมีการส่งเรื่องต่อยัง ป.ป.ช. ตามระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. โดยเรื่องแพ ถือเป็นทรัพย์สินของราชการ การนำทรัพย์สินไปใช้ส่วนตัว ถือว่าเป็นความผิด ดังนั้นผู้ที่เป็นนายก อบต. ในขณะนั้น ต้องเป็นผู้รับผิดชอบฐานละเว้น
ทั้งนี้ในระหว่างที่ ตำรวจควบคุมตัว นายประสพโชค ไปสอบปากคำ ยังได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน เพียงสั้นๆ ว่า ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองท้องถิ่นหรือไม่นั้น นายประสพโชค บอกว่า เป็นไปได้ทั้งหมด จึงขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม