ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้รับบริจาคก่อนโอนเงินให้ความช่วยเหลือใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของผู้อื่น มาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และขอเตือนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพที่คิดจะฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของผู้อื่น จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ อีกด้วย
อีกทั้งการเผยแพร่แชร์ภาพที่ไม่เหมาะสม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ทยอยถูกลบ ถูกถอด หรือจำกัดการมองเห็นลงบนโซเชียลมีเดียแล้ว หากมีผู้ไม่หวังดีมีความพยายามเผยแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โฆษกตร. กล่าวอีกว่า
"รัฐบาลมีความห่วงใยปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามและหาทางป้องกันอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันศูนย์ PCT มีการเตือนภัยพี่น้องประชาชน รูปแบบกลโกงของคนร้ายรวมทั้งสิ้น 18 วิธี"
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลใด หรือเว็บไซต์ใด ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างรับเงินบริจาค หรือน่าสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพมาหลอกลวงพี่น้องประชาชน สามารถแจ้งเบาะแสไปยัง สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com และสามารถติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงได้ที่ pctpr.police.go.th