ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยด้วย หลังจากครอบครัวผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ ก็ได้การประสานกระทรวงศึกษาธิการ และ ผู้กำกับสภ.เมืองเพชรบูรณ์ ทันที พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีอาญาในกรณีนี้ ทางโรงเรียนไม่มีสิทธิ์ร้องขอให้ยอมความ เพราะได้แจ้งความไปแล้ว และตัวโรงเรียนเองก็ต้องมีบทบาทสำคัญในการเอาผิดผู้กระทำผิดและแก้ไขปัญหาบกพร่องให้เด็ดขาด
โดยในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00น. นางปวีณา จะพาผู้เสียหาย ไปพูดคุยกับตัวแทนกระทรวงศึกษา และตัวแทนโรงเรียน ที่โรงเรียนต้นเหตุ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงร่วมกัน และเพื่อไปเพื่อสอบถาม ถึงเหตุผลที่ นักเรียนหญิง2คนที่ยังไม่ได้ทำโทษถูกไล่ออกด้วยแต่กลับจะได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน
จากนั้นก็จะเดินทางต่อไปที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ก่อนที่วันอังคาร ช่วงบ่าย ก็จะให้ปากคำกับสหวิชาชีพเพิ่มเติมโดยละเอียดด้วย ป้าของผู้เสียหาย บอกเพิ่มเติมว่า อยากจะถามกับทางโรงเรียนในวันที่เข้าพบพรุ่งนี้ คงไม่ได้อยากรู้เรื่องอะไรที่คาใจเพราะสิ่งที่โรงเรียนเขาพูดมาไม่เป็นความจริง แต่อยากไปฟังความจริงจากปากครูของโรงเรียน ในขณะที่มีบุคคลที่มีอำนาจคือกระทรวงศึกษาไปด้วย และอยากได้ความจริงว่า ระหว่างที่ครูสอบสวนเรื่องราวกับเด็ก ทำอะไรยังไงกับเด็กบ้าง ทำไมไม่พาเด็กไปหาหมอหลังเกิดเหตุ ทำไมจะต้องแนะนำให้ครอบครัวพาเด็กไปฉีดยาคุมกำเนิด และไหนบอกว่าโรงเรียนไม่เคยมีเรื่องชู้สาวในโรงเรียนมาก่อน ไม่เคยมีกรณีแบบนี้ในโรงเรียน แต่พอเกิดเหตุการณ์แล้วกลับให้ครอบครัวปิดข่าว ขอร้องไม่ให้เราพูดให้ใครฟัง แต่โรงเรียนไม่คิดที่จะช่วยเหลืออะไร ทั้งที่เราเป็นผู้เสียหายและเดือดร้อนมากซึ่งป้าบอกว่า ไม่เคยมีคดีแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเรียกร้องอะไรบ้าง แต่ป้าอยากจะรู้บทลงโทษของครู และเด็กที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ทั้งนี้ ครอบครัวก็มีภาระมากมาย อาจจะไม่ได้มีเวลาวิ่งไปวิ่งมา จึงอยากได้รับความเป็นธรรม และชดเชยในสิ่งที่เราเสียไป และแก้ไขสำหรับเด็กรุ่นหลัง ในการวางมาตรการเข้มงวดไม่ให้เด็กเจอเรื่องไม่คาดฝันแบบที่ครอบครัวตนเองเจอ
ส่วนการดูแลสภาพจิตใจหลานนั้น หลังจากจบเรื่อง ตนเองก็จะพาหลานไปพบจิตแพทย์ รวมถึงตนเองก็ต้องไปพบจิตแพทย์ด้วย เพราะรู้สึกเครียดมาก และความหวังเดียวตอนนี้ คือ จาก มูลนิธิปวีณา ที่จะนำความบุติธรรมมาให้ตนเองและหลานได้