กระทั่งต่อมามีการเปิดลงทุน โดยนายกิติกร อาศัยจังหวะที่ตนเองมีความรู้ด้านบิตคอยน์ ขุดเหมือง ขุดเงินคริปโตเคอร์เรนซี สกุลเงินต่างๆ หลังจากนั้นได้ระดมคนที่รู้จัก คุ้นเคย หรือ คนที่อยู่ในกลุ่มการลงทุนให้มาร่วมลงทุนด้วย ตามโปรเเกรมที่ตัวเขาวางไว้ให้ มีกว่า 10 โปรเเกรม ซึ่งเป็นการลงทุนทั้งหมด เเละเเต่ละโปรเเกรมไม่เหมือนกัน และจะได้ผลตอบแทนที่ต่างกัน
ผบก.สอท.1 ระบุว่า ขบวนการนี้จะสร้างภาพ ให้ตัวเองมีความเป็นนักธุรกิจ เป็นที่สังคมยอมรับ เเสดงตัวเป็นผู้ร่ำรวย โชว์เงินทอง สิ่งของต่างๆเเบรนด์เนม ว่ามีได้เพราะประกอบธุรกิจนี้ รวมถึงมีการบริจาคหลายๆอย่างให้หน่วยงานรัฐด้วย ทำให้ผู้คนเกิดความศรัทธาเเละมั่นใจในตัวของ นายนกิติกร ว่าธุรกิจที่ทำมาร่ำรวยจริงๆ ถ้าอยากจะรวยมาคุยกัน มีเเนวทางทำธุรกิจให้ เมื่ีอมีคนสนใจลงทุนนายกิติกร ก็จะชวนให้ลงทุน
อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนของตำรวจ สอท. ทราบว่า ตั้งเเต่วันที่ 1 ม.ค.2565 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียหายลงทุนค่อนข้างเยอะ บางคนลงทุนคนเดียวถึง 54 ล้านบาท ขณะนี้มีผู้เสียหายในระบบจำนวน 380 คน มูลค่าความเสียหาย 300 กว่าล้านบาท
ล่าสุดมีรายงานว่าจากแนวทางสืบสวนยังไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี