แต่ต่อมากลับมีกระแสข่าวว่า “นัตตี้” ได้เดินทางหลบหนีออกจากประเทศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานว่าตอนนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว พิกัดเบาะแสอยู่แถว "มาเลเซีย" จนทำให้เพจดังได้ออกมาตั้งค่าหัวล่าตัวยูทูบเบอร์คนดังมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. ยืนยันว่า ในบันทึกการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ยังไม่พบชื่อของยูทูบเบอร์สาว ยื่นขอเดินทางออกนอกประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการเดินทางออกนอกประเทศจริง เป็นไปได้ว่าอาจใช้ช่องทางทางธรรมชาติในการหลบหนี จึงไม่สามารถยืนยันกระแสข่าวที่ว่า "นัตตี้" ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้วจริงหรือไม่
ด้านความคืบหน้าทางคดีนั้น พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ.เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหายประมาณ 20 คน เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับ บก.ปอศ.ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานไว้เบื้องต้น
ซึ่งหากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ "ดีเอสไอ" มีมติรับคดีดังกล่าวบก.ปอศ.ก็พร้อมที่จะส่งมอบสำนวนให้กับ "ดีเอสไอ"ดูแลต่อ เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ที่มีมูลค่าความเสียหาย เกิน 100 ล้าน เข้าหลักเกณฑ์"จึงเชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะรับเป็นคดีพิเศษค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องรอมติคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณาก่อน ทั้งนี้หาก"ดีเอสไอ" ไม่รับ คาดว่า "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" อาจมีคำสั่ง ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้โดยเฉพาะ