เรือประมงทั้งหมด จะถูกดำเนินคดีฐานดัดแปลงเครื่องมือประมงให้ผิดไปจากลักษณะของเครื่องมือที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 42 และ มาตรา 132 มีโทษปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาดเรือ ซึ่งพบว่ามีเพียง 131 ลำ ที่จะถูกตรวจสอบ จาก 10,0000 ลำ เทียบเป็น 1.31 %
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย ยังคงมีการตรวจสอบการทำประมงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทำความเข้าใจกับชาวประมงให้สามารถทำการประมงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นการบังคับใช้กฎหมายประมงเพื่อปราบปรามการกระทำงผิด ซึ่งจากปฏิบัติการของคณะทำงานดังกล่าว ยังตรวจพบเรือประมงที่ยังฝ่าฝืนลักลอบใช้อวนตาถี่ หวังจะให้ได้ปลามากที่สุด แต่แท้จริงแล้ว การใช้อวนตาถี่จะเป็นการทำลายทรัพยากร ไม่ปล่อยให้ปลาขนาดเล็กเติบโต เพื่อให้สามารถทำประมงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีกำหนดขนาดอวนที่ใช้ตามกฎหมายอยู่แล้ว
ดังนั้น เมื่อตรวจพบความผิดดังกล่าว จึงต้องมีการดำเนินคดีโดยเด็ดขาด เพื่อให้การทำประมงของไทยเป็นไปตามกฎหมายและหลักสากล เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
สำหรับการกำหนดการใช้เครื่องมือทำประมง ประเภทอวนคู่ ผู้แทนกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ได้อธิบายลักษณะ เงื่อนไข ท้ายใบอนุญาต ตาม “...ข้อ 4 เนื้ออวนตลอดทั้งผืนต้องมีชั้นเดียว ยกเว้นบริเวณกันถุงให้ใช้อวนรองก้นถุงที่มีขนาดตาอวน ไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร ในกรณีที่มีเส้นเชือกประคองกันถุงหย่อน ทั้งด้านบนและด้านล่าง ต้องมีจำนวนเส้นเชือกประคองก้นถุงทั้งหมดไม่เกิน 8 เส้น และห้ามวัสดุอื่นใดรอยตาอ้วนตามแนวขวาง..”