เนชั่นทีวี

ข่าว

“โรม” สวน “ศุภชัย” ใครกันแน่เหิมเกริม ลั่นจะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน “รังสิมันต์”

05 พ.ย. 2569 | titayu_pur

“โรม” สวน “ศุภชัย” ใครกันแน่เหิมเกริม ลั่นจะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน “รังสิมันต์”

“โรม” สวน “ศุภชัย” ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ลั่นจะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน “รังสิมันต์” คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ ด้าน “ณัฏฐ์ชนน” ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับ กมธ.

“โรม” สวน “ศุภชัย” ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ลั่นจะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน “รังสิมันต์” คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ ด้าน “ณัฏฐ์ชนน” ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับ กมธ.

KEY

POINTS

  • รังสิมันต์ ยืนยัน มติ กมธ.เรียกประธานสภาฯ แจงหนังสือเวียนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
  • ซัด “ระบอบสีน้ำเงิน” ขัดขวางตรวจสอบ จี้อย่าใช้ข้าราชการเป็นหนังหน้าไฟ
  • เตือนแก้ข้อบังคับสภาฯ เสี่ยงรวบอำนาจ จำกัดบทบาท กมธ.ตรวจสอบรัฐบาล

5 พฤศจิกายน 2569 รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ ออกมาโต้กลับ ศุภชัย ใจสมุทร รองประธาน กมธ. กรณีคัดค้านการส่งหนังสือเวียนของประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการเชิญบุคคลแจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุม กมธ.กฎหมายฯ โดยโรมยืนยันว่า กมธ. ไม่ใช่ ลูกน้องประธานสภา และการลงมติในกรรมาธิการทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการ พร้อมซัดกลับ ศุภชัย ว่าใครกันแน่ที่เพิ่มเสริมเติมแต่ง และชี้ว่า ประธานสภา ไม่มีอำนาจสั่งการหรือแทรกแซงการทำงานของกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ

 

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. กรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธาน กมธ.กฎหมายฯ จะเสนอญัตติว่า การลงมติเรียก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจง ถึงการส่งหนังสือเวียน ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ว่า “ไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ” คิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องไม่ชอบ เพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกว่า การจะเชิญใครต้องมีมติ แต่เมื่อ กมธ. มีมติว่า จะเชิญนายโสภณ มาชี้แจง ก็บอกว่าเหิมเกริม บังอาจ ตนมองว่าการพูดแบบนี้ไม่ตั้งอยู่บนข้อบังคับ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ หากตรวจสอบเมื่อไหร่ก็จะมีคนไม่พอใจและอ้างโน่นอ้างนี่

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

 

ชี้หนังสือเวียนสภาไร้ผลบังคับ ไม่ยอมรับการจำกัดอำนาจ

 

ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ อำนาจของฝ่ายค้านและกรรมาธิการ รวมถึงอำนาจเรียกไม่ได้เยอะอยู่แล้ว ขั้นตอนก็มีความซับซ้อน แต่ภายใต้ข้อจำกัดนี้คุณมาบอกว่าเราทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการลงมติและแนวปฏิบัติ เพราะมี สส. ที่ทำงานอยู่ในกรรมาธิการ 8 คน และทุกคนเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่รับแนวทางของหนังสือเวียน


และการเรียกนายโสภณ มาชี้แจง ก็เพื่อสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ เพราะหนังสือเวียนดังกล่าวเราได้รับแจ้งจากฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ซึ่งไม่เป็นกฎหมายและไม่มีผลบังคับอะไรเลย แต่การออกแนวทางแบบนี้ มีลักษณะกระทบกระเทือนหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เราจะปล่อยให้มีการกระทำแบบนี้ไม่ได้

 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คาดหวังว่านายโสภณ จะทำพฤติกรรมให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกท่านอื่นและบุคคลภายนอกว่าให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการตอบข้อสงสัยให้ชัดเจน หากประมุขของสภาฯ ยังไม่มา กมธ. ต่อไปนี้หาก กมธ. เชิญใคร เขาก็จะบอกว่าขนาดประธานสภาฯ ยังไม่มาเลย เราไม่ควรอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น จึงอยากให้ นายโสภณ ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า เรื่องนี้มาจากใคร อย่าให้เขาครหาว่าไปยืนอยู่หลังราชการ ให้มาปะทะกับฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร


เมื่อถามถึง กรณีที่ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.กฎหมายฯ ระบุว่า ที่ลงมติไปเพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพราะอะไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคงตอบแทนนายณัฏฐ์ชนน ไม่ได้ แต่ที่ประชุม กมธ. มีทั้งหมด 8 คน ตอนที่ลงมติก็ให้ทุกคนยกมือ และให้ฝ่ายเลขาฯทวนว่า ใครเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เราดำเนินการถูกต้องทุกอย่าง และถึงแม้ว่า นายณัฏฐ์ชนน จะไม่อยู่ในห้องนั้น หรือถอนตัวออกไปโดยที่ไม่มีส่วนร่วมในการลงมติองค์ประชุมของ กมธ.กฎหมายฯ มี 7 คน จากทั้งคณะ 14 คน จึงไม่มีการลงมติโดยไม่ชอบแน่ เพราะอย่างไรก็ครบ


เมื่อถามถึงกรณีที่ นายศุภชัย ระบุว่า การที่นายรังสิมันต์ ไม่ยอมรับแนวทางของหนังสือเวียนดังกล่าว ถือว่าเหิมเกริม เพราะไม่เคารพกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่ตนคนเดียว ที่ประชุมกรรมาธิการทั้งหมด พูดแบบนั้นคงไม่เต็มปากเพราะเราถามในที่ประชุมที่มีไม่น้อยกว่า 7 คน ดังนั้น ใครกันแน่ที่เหิมเกริม

 

ยัน กมธ. ไม่ใช่ลูกน้องประธานสภา เดินหน้าตามกฎหมาย

 

คุณไปอ้างที่ประชุมกรรมาธิการ 35 คณะ ทั้งที่ในที่ประชุมวันดังกล่าวไม่ได้มีมติอะไรเลย คนจำนวนมากที่พูดเขาไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลงและจำกัดอำนาจของประธาน กมธ. ใครกันแน่ที่ไปอ้างการประชุมและไม่มีการลงมติ แม้แต่ ประธานสภาฯ ยังพูดว่าเป็นการหารือ ดังนั้น การอ้างแบบนี้เป็นการอ้างเท็จ ไม่ต่างอะไรกับการส่งเอกสารเท็จต่อกรรมาธิการซึ่งถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ


ย้ำว่าประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการ ไม่ใช่ลูกน้องของประธานสภาฯ บทบาทของประธานสภาฯ ไม่ใช่เจ้ากระทรวงแล้วพวกตนเป็นอธิบดี แต่เราทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย ฉะนั้น ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจในการสั่งย้ายหรือควบคุมสั่งการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กฎหมายกำหนดเส้นเขตอำนาจไว้ชัดเจน


เมื่อถามถึงกรณีที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่า การประชุมประธานกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ แนวทางที่ออกมาเป็นไปตามกฎหมาย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก็มั่วไง และการมาบอกว่า กมธ.กฎหมายฯ มีปัญหาอยู่คณะเดียว ต้องไปดูว่าใน กมธ.กฎหมาย ใครที่มีปัญหาอยู่คนเดียว จริงๆ 2 คน เราก็ทำงานกันด้วยปกติ สส.ซีกรัฐบาล เมื่อวานเขาก็พูดคุยและลงมติ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันทุกเรื่อง แต่เราแสดงความคิดเห็นกันด้วยความน่าเคารพและเป็นเหตุเป็นผล แต่สิ่งที่หลายคนกำลังทำขณะนี้ คือการสร้างความปั่นป่วน อยากให้ นายกรวีร์ ไปดูว่ามีการยื่นหนังสือลาเท็จหรือไม่ ตอนแรกบอกบอยคอต ไปๆมาๆ บอกว่าติดประชุม ก็เป็นหลักฐานชัดเจนเป็นดิจิทัลฟุตปริ้นท์

“การทำหน้าที่ของเราไม่ได้ละเมิดกฎหมายแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เรารู้ว่าถนนเส้นที่เราเดินอยู่ มีขวากหนามและพร้อมที่จะทำร้ายเรา เราเองก็พยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์และพยายามระบุว่า หนังสือเวียนถึงกรรมาธิการ 35 คณะ นั้น ให้ไปถามสำนักเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตัวประธานสภาฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “อันนี้คือการไปยืนอยู่ด้านหลังข้าราชการ ไม่ทันไรคุณก็โยนความผิดให้กับเลขาฯ คุณก็โยนความผิดให้กับข้าราชการประจำ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้บอกไปถึงข้าราชการประจำทั้งหมด ว่านี่แหละถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น แล้วเริ่มลามไปถึงคนในระบอบสีน้ำเงิน คนในระบอบสีน้ำเงินพร้อมถีบหัวส่งทุกท่าน เขาไม่มาปกป้องท่านหรอก เขาจะบอกว่าเป็นความผิดของข้าราชการ


ผมยืนยันว่าเราตรวจสอบระบอบสีน้ำเงิน และไม่ปฏิเสธว่าในกลไกกรรมาธิการเราตรวจสอบพวกเขา แต่การตรวจสอบก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน แต่ถ้าเกิดระบอบสีน้ำเงินไม่พอใจและพยายามที่จะสู้กลับพยายามที่จะดำเนินการทุกวิธีการในการ ที่จะเล่นงานพวกเรา ซึ่งท่านมีอำนาจมากกว่าอยู่แล้ว แต่ได้โปรดอย่าเอาข้าราชการมาอยู่ท่ามกลางตรงนี้เลย อย่าเอาข้าราชการมาเป็นหนังหน้าไฟ และเป็นหุ่นเชิดเพื่อต่อสู้กับพวกเรา ผมคิดว่าการทำแบบนี้นั้นมันไม่ถูกต้อง ไม่แฟร์ คุณพยายามจะไปบีบข้าราชการประจำต่างๆ การทำแบบนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงิน จริงๆแล้วคุณเหนียมอาย และไม่กล้าเผชิญความจริง คุณถึงต้องไปยืนอยู่ข้างหลังข้าราชการ


ดังนั้น ใครก็ตามจงตระหนักว่า วันนี้ระบอบสีน้ำเงินซึ่งเปรียบเสมือนโจรสีน้ำเงิน ถ้าใครก็ตามที่ไปช่วยเขาโดยเฉพาะ ไปช่วยในเรื่องที่ผิดๆ ไม่ต่างอะไรกับการพายเรือ ให้โจรนั่ง ที่เมื่อไหร่ที่คุณหยุดพาย เมื่อไหร่ที่คุณสงสัยในตัวเอง หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้รับความเดือดร้อน โจรตนนี้มันก็จะถีบหัวคุณลงกลางทะเล ดังนั้น ก็ให้เป็นตัวอย่างไปว่าสุดท้ายถ้าข้าราชการ เผลอทำในสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย คุณซวยแน่นอน เพราะเขาจะเอาคุณเป็นคนรับผิดทุกอย่าง"

 

เตือนอย่า “เผาบ้านไล่หนู” เพื่อเล่นงานคนเดียว

 

เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ จะต้องโหวตในสัปดาห์หน้า มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นการรวบอำนาจ กรรมาธิการโดยเสียงข้างมาก มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แน่นอน อันนี้มันพิสูจน์ว่าแนวทางปฏิบัตินั้น ใช้ไม่ได้ คุณถึงต้องไปแก้ข้อบังคับ ดังนั้น แนวปฏิบัติที่คุณออกมาผิดกฎหมายแน่ๆ คุณตระหนักสิ่งนี้จึงได้ไปแก้ข้อบังคับ

“แต่ถามว่าคุณจะเผาบ้านไล่หนู ล้มทั้งกระดานเพียงเพื่อที่จะเล่นงาน รังสิมันต์ โรม อย่างนี้หรือ จะอยู่กันด้วยวิธีนี้หรือ เพียงเพราะกรรมาธิการตรวจสอบระบอบน้ำเงินอย่างนี้หรือ ผมคิดว่าการดำเนินการแบบนี้เป็นการทำลายระบบสภาฯ และขอให้ตระหนักว่า การทำแบบนั้นจะเป็นการจำกัดอำนาจสภาฯ และทำให้กรรมาธิการที่เป็นเสือกระดาษอยู่แล้ว แทบไม่ต้องเป็นอันทำงานจะบรรจุวาระกันอย่างไร แล้วหากมีใครสักคนไปนั่งตรวจสอบ ตอนที่คุณขอมตินั้นครบองค์หรือไม่ อยู่กันครบจริงหรือไม่ หรือถ้าไม่ให้ความร่วมมือกันจะทำกันอย่างไร สุดท้ายก็อย่านำไปสู่ว่าวิธีการแบบนี้จะทำให้กรรมาธิการไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เลย ประโยชน์ตกอยู่กับใคร อยู่กับประชาชน หรือตกอยู่กับพวกพ้อง และผู้มีพระคุณ” นายรังสิมันต์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในห้องประชุม กมธ.กฎหมายฯ พบว่า กมธ. ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมีเพียง นายศุภชัย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ ขณะที่นายณัฏฐ์ชนน ขอกลับมติที่ประชุม กมธ.กฎหมาย 8 ต่อ 0 วานนี้ (4 พ.ย.) 2 กรณี ได้แก่ 1.มติที่ กมธ.กฎหมายฯ จะเรียก นายโสภณ เข้าชี้แจง ในประเด็นการออกแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ และ 2.มติที่ กมธ.กฎหมาย ไม่รับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ซึ่ง นายรังสิมันต์ ได้อนุญาตและให้ฝ่ายเลขานุการ กมธ. บันทึกไว้


ส่วนนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.กฎหมาย ได้หารือในที่ประชุมว่า ตามที่ประธาน กมธ. ไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพ เสียง และเนื้อหาในการประชุมออกไปเผยแพร่ แต่พบว่ามีการนำคลิปภาพและเสียงของตนไปเผยแพร่ถึง 2 ครั้ง คือ สัปดาห์ก่อน และล่าสุดเมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ที่มีภาพและคลิปเสียงของตนในห้องประชุม จึงอยากสอบถามประธาน กมธ. ว่าจะดำเนินการอย่างไร ในเมื่อประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมแล้ว เสมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการละเมิดคำสั่งท่านประธาน จะละเมิดคำสั่งท่านประธานไม่ได้ จะมีการสืบสวน ทำอะไรอย่างไร


ทำให้นายรังสิมันต์ ได้สั่งการ ฝ่ายเลขานุการ กมธ. ให้ดำเนินการตรวจสอบ ว่า คลิปของนายณัฐวุฒิ ที่ถูกเผยแพร่เป็นอย่างไร และจะมีแนวทางป้องกันอย่างไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกือบทุกครั้งในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ประธานกรรมาธิการฯ จะอนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าไปบันทึกภาพและทำข่าวเพื่อเผยแพร่ ในช่วงต้นของการประชุม ก่อนที่จะเข้าสู่วาระต่างๆในการพิจารณา ยกเว้นบางกรณีที่ประธานจะอนุญาตให้สื่อมวลชนอยู่ร่วมรับฟังจนจบการพิจารณา
 

ข่าวล่าสุด