เนชั่นทีวี

ข่าว

พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฟ้องรัฐละเลยขยะพิษปราจีนบุรี

29 ต.ค. 2569 | titayu_pur

พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฟ้องรัฐละเลยขยะพิษปราจีนบุรี

พรรคประชาชน จี้รัฐประกาศเขตควบคุมมลพิษ วิกฤตน้ำท่วมขยะพิษปราจีนบุรี แนะประชาชนฟ้องรัฐละเลยหน้าที่ 5 ประเด็น ยื่น 4 ข้อเสนอฟื้นฟูแหล่งน้ำด่วน

พรรคประชาชน จี้รัฐประกาศเขตควบคุมมลพิษ วิกฤตน้ำท่วมขยะพิษปราจีนบุรี แนะประชาชนฟ้องรัฐละเลยหน้าที่ 5 ประเด็น ยื่น 4 ข้อเสนอฟื้นฟูแหล่งน้ำด่วน

KEY

POINTS

  • จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ: พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐเร่งประกาศพื้นที่ปราจีนบุรีเป็นเขตควบคุมมลพิษ หลังน้ำท่วมขยะพิษอุตสาหกรรมไหลทะลักลงแม่น้ำและพื้นที่เกษตร
  • หนุนประชาชนฟ้องรัฐ 5 ประเด็น: แนะภาคประชาชนใช้สิทธิดำเนินคดีกับหน่วยงานรัฐที่ปล่อยปละละเลย ทั้งเรื่องการอนุญาตตั้งหลุมฝังกลบในพื้นที่เสี่ยง และการลักลอบทิ้งขยะพิษ
  • ยื่น 4 ข้อเสนอตรวจน้ำเชิงรุก: เสนอรัฐเร่งตรวจคุณภาพน้ำประปาและน้ำใต้ดิน จัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ตรวจวัดต่อเนื่อง

29 ตุลาคม 2569 พรรคประชาชน ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน แถลงข่าวเพื่อจี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาวิกฤตน้ำท่วม ขยะพิษปนเปื้อนในจังหวัดปราจีนบุรีอย่างเร่งด่วน ปัญหานี้เกิดขึ้นหลังน้ำเสียและสารเคมี จากบ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรมไหลทะลักลงแม่น้ำปราจีนบุรี ลามถึงฉะเชิงเทรา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แหล่งน้ำประปา และการเกษตรของชาวบ้านอย่างหนัก สส.พรรคประชาชน ได้ยื่น 4 ข้อเสนอตรวจคุณภาพน้ำเชิงรุก พร้อมหนุนภาคประชาชนใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดีกับหน่วยงานรัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ใน 5 ประเด็นสำคัญ เพื่อบีบให้รัฐเข้ามารับผิดชอบและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ  

 

ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับพรรคประชาชน แถลงข่าวสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการภัยพิบัติอุทกภัยปี 2569 ของภาครัฐ ที่ขาดมาตรการป้องกันและรับมือปัญหามลพิษปนเปื้อนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ

 

เครือข่ายภาคประชาชนกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้น้ำเสียและสารพิษจากเขตประกอบการอุตสาหกรรม บ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม และโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ต้นน้ำ ถูกน้ำท่วมขังและไหลล้นลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ลามไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและเตรียมทะลักสู่ปากอ่าว

 

เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดวิกฤตสัตว์น้ำและปลาตายเป็นจำนวนมาก โดยผลการตรวจวัดในพื้นที่พบค่าน้ำปนเปื้อนสารอะลูมิเนียมสูงผิดปกติใกล้จุดบ่อขยะอุตสาหกรรม ขณะที่ชาวบ้านต้องเผชิญภาวะสิ้นหวังจากสารพิษตกค้างในดินและแหล่งน้ำ ทำลายพืชผลทางการเกษตร นากุ้ง นาข้าว ตลอดจนกระทบต่อความปลอดภัยของน้ำอุปโภคบริโภค ภาคประชาชนจึงขอให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล บังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียอย่างจริงจัง และเร่งออกมาตรการเยียวยาฟื้นฟูวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยด่วน

พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฟ้องรัฐละเลยขยะพิษปราจีนบุรี

 

ด้าน นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน กล่าวถึงข้อห่วงกังวลต่อวิกฤตน้ำท่วมหลุมฝังกลบขยะและโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่งผลให้สารเคมีปนเปื้อนลงสู่พื้นที่เกษตรกรรม แหล่งน้ำธรรมชาติ และระบบน้ำประปา จนกระทบต่อความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำร่วมกับพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในระยะเวลาสั้น ๆ ตนมีอาการคันและแสบผิวหนังอย่างรุนแรง สะท้อนถึงอันตรายสะสมที่ชาวบ้านต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน พร้อมติงกระบวนการทำงานและการสื่อสารของรัฐบาลที่ยังล่าช้าและขาดความชัดเจน ทั้งที่เป็นปัญหาเรื้อรังจากการละเลยและผลประโยชน์ทับซ้อนมานานหลายปี

 

นฤมาศกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งประกาศให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็น ‘เขตควบคุมมลพิษ’ เพื่อเปิดทางให้มีการควบคุมและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเสนอให้ทบทวนความเหมาะสมของการผังเมืองและจุดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงงานสุ่มเสี่ยงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยชี้ว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามที่กล่าวอ้าง หากยังไม่สามารถกำกับดูแลโรงงานที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ EEC ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและไม่ปล่อยมลพิษทำร้ายชุมชนได้อย่างแท้จริง 

 

พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฟ้องรัฐละเลยขยะพิษปราจีนบุรี

ขณะที่ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาชน ได้ยื่น 4 ข้อเสนอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรับมือและแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษกระทบวิถีชีวิตประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีอย่างเป็นระบบ ดังนี้

 

ข้อเสนอที่ 1 ตรวจคุณภาพน้ำเชิงรุกอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่แม่น้ำ โรงผลิตประปา ไปจนถึงบ้านเรือนประชาชน พร้อมเตือนรัฐห้ามตัดสินความปลอดภัยจากความใสของน้ำด้วยสายตา เพราะสารเคมีหลายชนิดไม่มีสี ตลอดจนจี้ให้ปรับใช้วิธีบำบัดสารปนเปื้อนอย่างอะลูมิเนียมให้เหมาะสมตามระดับความเข้มข้น ไม่ใช้มาตรการเหมารวม

 

ข้อเสนอที่ 2 เร่งตรวจสอบน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการอุปโภคบริโภคของชาวปราจีนบุรี โดยชี้ว่าน้ำบาดาลเสี่ยงปนเปื้อนง่าย ตรวจพบช้า และบำบัดฟื้นฟูยากที่สุดเนื่องจากมีการไหลเวียนน้อย

 

ข้อเสนอที่ 3 สุ่มตรวจน้ำตกค้างในท่อและถังเก็บน้ำตามบ้านเรือน เพื่อยืนยันความปลอดภัยจริงในระดับครัวเรือน พร้อมแนะรัฐประกาศวันหยุดล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานร่วมกันล้างทำความสะอาดระบบประปาทั้งระบบ

 

ข้อเสนอที่ 4 จัดทำแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผู้ผลิตน้ำดื่มท้องถิ่น ด้วยการสนับสนุนการตรวจพิสูจน์คุณภาพน้ำฟรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวกลับคืนมาโดยเร็ว

 

ทั้งนี้ ณฐชนนได้เรียกร้องให้หน่วยงานส่วนกลาง ทั้งกรมอนามัยและกรมทรัพยากรน้ำ เข้ามากำกับดูแลและจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อย่าโยนภาระงบประมาณการตรวจที่มีราคาสูงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบเพียงลำพัง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

 

ด้านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ผลกระทบจากปัญหามลพิษในปัจจุบันเริ่มแพร่กระจายและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซากและไม่ได้มีเพียงแค่จังหวัดปราจีนบุรี แต่ยังเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งในชลบุรี ระยอง ลพบุรี และสมุทรสาคร เนื่องจากหน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลย ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องเข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบจากความผิดพลาดของภาครัฐฝ่ายเดียว

 

พูนศักดิ์กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนให้ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีกับหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  1. การอนุญาตให้ตั้งหลุมฝังกลบและโรงงานรีไซเคิลในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  2. การปล่อยให้โรงงานรีไซเคิลดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต และขาดระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม
  3. การปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมซ้ำซาก โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
  4. การอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่เคยสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในจังหวัดอื่น ย้ายมาขออนุญาตประกอบกิจการแบบเดิมในพื้นที่จังหวัดใหม่
  5. การขาดแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน โดยเฉพาะการปล่อยให้น้ำชะกากขยะอุตสาหกรรมขังอยู่ในหลุมฝังกลบปริมาณคาดการณ์กว่า 200,000 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีแผนสั่งการจัดการหรือกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ

 

พูนศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนต้องร่วมมือกันต่อสู้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อฟ้องร้องหน่วยงานรัฐให้ชดเชยค่าเสียหายจากการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และบีบให้หน่วยงานรัฐกลับมาทำงานตามบทบาทหน้าที่อย่างจริงจัง

 

พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฟ้องรัฐละเลยขยะพิษปราจีนบุรี

ข่าวล่าสุด