ดร.เอ้ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า น้ำท่วมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ มีการพร่องน้ำล่วงหน้าอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำตลอดแนวคลองประเวศเป็นอย่างไร เพราะหากมีการพร่องน้ำอย่างเพียงพอ เหตุใดจึงยังเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ก่อนวันที่ 21 กันยายน ที่มีการส่งสัญญาณว่าจะเกิดฝนตกในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีช่วงเวลาเตรียมรับมือ และพร่องน้ำล่วงหน้า / โดยได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ว่ามีลักษณะคล้ายกันในแง่ของการมีข้อมูลเตือนล่วงหน้า แต่การบริหารจัดการ และการสื่อสารเตือนภัยยังมีปัญหา “การแจ้งเตือนของภาครัฐ มาเตือนทีหลังไม่ได้เรียกว่าเตือน” และกล่าวว่า “น้ำท่วมกรุงเทพ คือความผิดพลาดไม่แพ้กับหาดใหญ่เลย”
โดย ดร.เอ้ มองว่า ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ควรถูกอธิบายด้วยคำว่า “ฝนตกหนัก” เพียงอย่างเดียว เพราะความเสียหายเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งหากทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม สังคมยอมรับคำอธิบายว่าเป็นเพราะ “ฝนตกเยอะ” โดยไม่ย้อนกลับไปตรวจสอบว่าระบบบริหารจัดการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ปัญหาเดิมก็อาจเกิดขึ้นซ้ำ
"ถ้าประชาชนยังคิดแบบนี้ นักการเมืองก็จะไม่เปลี่ยน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนต่อไป นายกรัฐมนตรีคนต่อไป หรือผู้มีอำนาจคนต่อไป ก็สามารถพูดได้ว่า ขอโทษครับ เพราะฝนมันตกเยอะจริง ๆ"
ส่วนเรื่องการรับมือภัยพิบัติของภาครัฐนั้น หากทุกครั้งที่เกิดเหตุยังวนอยู่กับการ “ขอโทษ เยียวยา และถอดบทเรียน” แต่ไม่สามารถนำบทเรียนไปเปลี่ยนแปลงระบบได้จริง ความเสียหายจากภัยพิบัติก็ยากที่จะลดลงก่อนฝากไปถึงผู้มีอำนาจ และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบว่า “ระหว่างที่ท่านอยู่ ท่านต้องทำงานอย่างสุดความสามารถของท่าน และทำหน้าที่บัญชาการอย่างดุดัน เด็ดขาด และใช้ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยให้วันสุดท้ายของชีวิตท่าน จะได้ไม่ค้างคา”
ทั้งนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ได้เสนอแนวทางเร่งด่วน 3 ข้อ คือ 1.เร่งระดมเครื่องสูบน้ำทั้งจากภาครัฐและเอกชน เข้าไปสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนัก เพื่อให้ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายคน และทรัพย์สินได้ 2.บริหารจัดการประตูระบายน้ำตลอดเส้นทางให้สัมพันธ์กัน ป้องกันไม่ให้น้ำกระจายเข้าสู่พื้นที่อื่นระหว่างการระบาย และ 3.เร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมถึงจัดหายา และเวชภัณฑ์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม