เร่งระบายน้ำผ่านอุโมงค์ พร้อมบริหารน้ำเหนือ-น้ำหนุน
ปัจจุบัน กทม. เดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำหลัก 3 แห่ง ได้แก่ บึงมักกะสัน (45 ลบ.ม./วินาที) บางซื่อ (45 ลบ.ม./วินาที) และพระโขนง (60 ลบ.ม./วินาที) รวมกำลังระบายประมาณ 150 ลบ.ม./วินาที พร้อมใช้เรือผลักดันน้ำช่วยเร่งระบายในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณไหลผ่านอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ยังอยู่ในระดับที่คันกั้นน้ำรองรับได้ ส่วนน้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้เวลา 19.00 น. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.0 เมตร รทก. ซึ่งต่ำกว่าคันกั้นน้ำที่สูงเกือบ 3.0 เมตร รทก. จึงกระทบเฉพาะชุมชนนอกคันกั้นน้ำเท่านั้น ทั้งนี้ กทม. ได้ประสานกรมชลประทานอย่างต่อเนื่องเพื่อบริหารการผันน้ำให้เหมาะสม
ปรับแผนกระจายอาหาร-ทรัพยากร เก็บตกชุมชนซอยลึก
ด้านการช่วยเหลือ ประชาชนในจุดหลักได้รับการดูแลมากขึ้น แต่ยังมีชุมชนขนาดเล็กและอาคารลึกในซอยที่เข้าถึงยาก กทม. ได้ปรับระบบจัดส่งอาหารโดยให้เขตผลิตเองเป็นหลัก หากไม่พอจะให้โรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษาช่วยผลิตและจัดส่งตรงสู่พื้นที่ทันที เพื่อลดขั้นตอนการผ่านส่วนกลาง
นอกจากนี้ กทม. ได้ขอสนับสนุนรถยกสูงเพิ่มอีก 6 คัน พร้อมประสานเรือขนาดเล็ก เจ็ตสกี และภาคเอกชน เพื่อลำเลียงอาหาร ถุงยังชีพ นมผงเด็ก ผ้าอ้อม และสิ่งของจำเป็นเข้าซอยแคบ ขณะเดียวกัน ได้ใช้ระบบรับฟังเสียงประชาชน (Social Listening) และสายด่วน 1555 ติดตามการร้องขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงซึ่งดำเนินการตามเคสไปแล้วกว่า 300 ราย พร้อมกำชับให้ติดตามทุกเคสจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ
เริ่มฟื้นฟูพื้นที่น้ำแห้ง เตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่-เก็บขยะชิ้นใหญ่
สำหรับพื้นที่ที่น้ำเริ่มแห้งแล้ว กทม. จะทยอยทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ทำความสะอาดถนนและเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น ตู้ เตียง เฟอร์นิเจอร์ โดยใช้ระบบจับคู่เขต (Buddy) นำกำลังคนและเครื่องจักรจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุน พร้อมให้สำนักอนามัยแจกจ่ายยาน้ำกัดเท้า ยากันยุง และสิ่งจำเป็นด้านสุขอนามัย รวมถึงจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เช่น นมผงเด็กและผ้าอ้อม ให้เพียงพอ
ด้านโรงเรียนในสังกัด อยู่ระหว่างพิจารณาปรับการเรียนการสอนและการสอบตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากหลายแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงและครัวกลาง และอยู่ในช่วงใกล้ปิดภาคเรียน
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุน และกำชับให้ทีมงานเร่งกระจายความช่วยเหลือเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง