สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางปะทุรุนแรงที่สุดในรอบครึ่งปี อิหร่านและสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันดิบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน โดยกองทัพปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าได้เปิดฉากยิงถล่มเรือสินค้าและเรือน้ำมันรวม 10 ลำ เพื่อตอบโต้กรณีที่กองทัพอเมริกันยิงจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไป 5 ลำในคืนก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เหตุการณ์ยิงถล่มโต้ตอบกันทางทะเลทำให้มีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และสูญหายอีก 1 ราย บนเรือบรรทุกน้ำมัน Hercules Star ที่ถูกโจมตีขณะทอดสมอนอกชายฝั่งดูไบ นอกจากนี้ยังเกิดเหตุโดรนพุ่งชนเรือบรรทุกน้ำมัน New Andros ในน่านน้ำอิรักจนเกิดเพลิงไหม้ และรายงานความเสียหายต่อเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติ LNG ในพอร์ตคอร์ ฟักกาน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยศูนย์ความมั่นคงทางการเรือของอังกฤษ (UKMTO) ยืนยันว่ามีเรือสินค้าจำนวนมากถูกยิงตัดกำลังจนเสียหายทั้งสองฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังได้ร่อนขีปนาวุธวิถีโค้งถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน ทว่าทางการจอร์แดนสกัดกั้นไว้ได้ 18 ลูก และอีก 2 ลูกตกในพื้นที่ไร้ผู้คนโดยไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ ด้าน IRGC ประกาศเตรียมขยาย "เขตห้ามเข้า" ทางทะเลกินพื้นที่ลึกไปจนถึงเมืองชาบาฮาร์ใกล้พรมแดนปากีสถาน