เนชั่นทีวี

ข่าว

พริษฐ์ จี้ กกต. ส่งฟ้อง 229 สว. คดีฮั้วเลือกตั้ง อย่าทำตัวเป็นศาลเอง

02 ก.ย. 2569 | titayu_pur

พริษฐ์ จี้ กกต. ส่งฟ้อง 229 สว. คดีฮั้วเลือกตั้ง อย่าทำตัวเป็นศาลเอง

"พริษฐ์ วัชรสินธุ" จี้ กกต. ส่งฟ้องศาลเอาผิด 229 สว. คดีฮั้วเลือกตั้ง ยันอนุกรรมการชุด 26 พบหลักฐานมีมูล ชี้ กกต. มีหน้าที่ส่งฟ้อง ไม่ใช่ตัดสินเอง

"พริษฐ์ วัชรสินธุ" จี้ กกต. ส่งฟ้องศาลเอาผิด 229 สว. คดีฮั้วเลือกตั้ง ยันอนุกรรมการชุด 26 พบหลักฐานมีมูล ชี้ กกต. มีหน้าที่ส่งฟ้อง ไม่ใช่ตัดสินเอง

KEY

POINTS

  • พริษฐ์ จี้ กกต. ส่งฟ้องศาล 229 สว.: ยืนยัน กกต. มีหน้าที่รวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาตัดสินความผิดเอง
     
  • อนุกรรมการชุด 26 ชี้คดีมีมูล: ผลการสอบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิดและการทุจริตเลือกตั้ง สว. รวม 229 ราย
     
  • เรียกร้องบรรทัดฐานเดี่ยวและความโปร่งใส: กดดันให้ กกต. พิจารณารายบุคคลอย่างยุติธรรมก่อนวันที่ 14 ก.ย. พร้อมเปิดข้อมูลให้สังคมตรวจสอบ

2 กันยายน 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน จี้ กกต. เร่งส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ต่อศาลในคดี ฮั้ว สว. ก่อนเดดไลน์ 14 ก.ย. นี้ โดยระบุว่าผลสอบของอนุกรรมการชุด 26 พบพยานหลักฐานมีมูลความผิดในการ เลือกตั้ง สว. ชี้ชัดว่า กกต. มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลพิจารณา ไม่ใช่ทำหน้าที่ตัดสินความผิดเสียเอง พร้อมย้ำว่า การพิจารณาต้องใช้มาตรฐานเดียวกันอย่างโปร่งใส และพร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ภาคประชาชนตรวจสอบ หาก กกต. มีมติไม่สั่งฟ้อง


ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านที่เกี่ยวข้องในคดีโกงเลือก สว. ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 ก.ย. 2569 นี้ ว่า พวกเราทำงานต่อเนื่องเพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า กกต. ควรจะฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปที่ศาล พร้อมย้ำว่าข้อเรียกร้องนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปว่า 229 คนนั้นกระทำความผิดไปแล้ว แต่เราเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการโกง สว. จึงเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาโดยละเอียด ดูพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายอีกครั้งว่าใครผิดและใครไม่ผิด

 

ซึ่งในบทบัญญัติของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. เขียนชัดว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้อง และหากเปรียบเทียบกับมาตรฐานของ กกต. ในอดีตหลายกรณี หลักฐานอาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีนี้ด้วยซ้ำ แต่ กกต. ก็มีมติสั่งฟ้อง ดังนั้น หลักฐานทุกอย่างที่เราได้นำเสนอและเชื่อว่าที่อยู่ในมือของหน่วยงานที่ยังไม่ได้นำเสนอ หนักแน่นเพียงพอที่จะสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาว่าใครบ้างกระทำความผิด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน

 

ส่วนรูปแบบการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ก็คงมีหลากหลายรูปแบบ เพราะก่อนหน้านี้คาดว่า กกต. จะลงมติในวันที่ 31 ส.ค. 2569 แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นวันที่ 14 ก.ย. 2569 ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวคงไม่สำคัญเท่ากับสาระเนื้อหาที่ต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ

“เวลาเราเรียกร้องให้สั่งฟ้อง 229 คน เราไม่ได้เป็นการไปด่วนสรุปว่า 229 คนทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า 229 คนนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการโกง สว. ดังนั้น เราเห็นว่า กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้ และไม่ควรพิพากษาเองจนสิ้นข้อสงสัยว่าใครผิดหรือไม่ผิด” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์เชื่อว่า พยานหลักฐานในแต่ละคนของ 229 คน คงไม่เท่ากันทั้งหมด แต่ถ้าดูขั้นตอนกระบวนการของ กกต. ในชั้นอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่มีการฟังความทั้งสองด้าน และมีมติออกมาเห็นว่ามีมูล มีผู้กระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน เห็นควรให้สั่งฟ้อง ดังนั้น นี่จึงเป็นแหล่งอ้างอิงอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า แม้ทั้ง 229 คน มีความหนักเบาต่างกัน แต่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มองว่ามีมูลความผิดรวมกันทั้งหมด 229 คน

 

เมื่อถามว่า หากเป็นการสั่งฟ้องแบบเหมา อาจจะมีหลักฐานไม่เพียงพอเท่ากับการสั่งฟ้องรายบุคคล นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องไปถาม กกต. ซึ่งกระบวนการของ กกต. ผ่านขั้นตอนมา 3 ชั้น ก่อนที่จะมาถึงกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 3 ชั้นก่อนหน้านี้เป็นการพิจารณาแบบรายบุคคล ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 3 ขั้นตอนของ กกต. ไม่ใช่การพิจารณาแบบเหมารวม แต่ข้อกล่าวหาบางประการเนื่องจากว่าขบวนการนี้เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะเชื่อมโยงกัน เช่น โพยใบสั่ง หากเป็นการควบคุมจัดตั้งทั้ง 20 กลุ่ม ก็เลยทำให้หมายเลขของผู้สมัคร สว. ที่กลายมาเป็น สว. จำนวนมาก อยู่ในโพยใบสั่งเดียวกัน ดังนั้น การที่จะมีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงหลาย ๆ คนในคราวเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ของวิธีการโกง สว. นี้ได้ดำเนินการ

 

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในมือตอนนี้ครอบคลุมทั้งหมดใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ข้อมูลที่ตนมีมาจากหลายทาง และมีการพยายามตั้งคำถามตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากไหนบ้าง แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากหลายทาง และเชื่อว่าข้อมูลที่ตนมีน่าจะอยู่ในมือของหน่วยงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลักฐานจากฝั่งของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และความเห็นเลขาธิการที่มีมติให้ กกต. สั่งฟ้อง สว. 100 กว่าคนที่มีชื่ออยู่ในโพย รวมถึงสั่งฟ้อง นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เป็นการทำงานหลังจากฟังความเห็นทั้งสองฝ่าย

 

ดังนั้น จึงย้ำว่าประเด็นที่ตนนำมาตั้งข้อสงสัยไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่สงสัยว่า อาจจะมีการทุจริต แต่คณะทำงานในกระบวนการของ กกต. ก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกันจึงได้มีมติสั่งฟ้อง

 

เมื่อถามว่า ไอลอว์ (iLaw) จะออกมาเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่มี หาก กกต. ไม่สั่งฟ้องทั้งหมด นายพริษฐ์กล่าวว่า ก็ต้องไปถามภาคประชาชน แต่ในฝั่งของตนยืนยันว่าได้ข้อมูลมาหลายทาง มีหน้าที่กลั่นกรองข้อมูลระดับหนึ่ง เมื่อกลั่นกรองแล้วเห็นว่ามีมูลจึงนำมาเสนอต่อสังคมและเป็นในลักษณะข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะคำถามที่ตั้งไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งแต่ที่นำเสนอข้อมูลมายังไม่มีข้อมูลไหนที่คนอื่นมาหักล้าง ทั้งเรื่องเส้นเงินหลายจังหวัด

 

ส่วนข้อมูลที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มา ตนก็ทราบเท่าที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้เราเข้าใจการทำงานของอนุกรรมการชุดที่ 36 มากขึ้น เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พูดมาโดยตลอดว่าต้องการให้มีการนำเสนอข้อมูลในทุกขั้นของ กกต. ที่ผ่านมาตนพยายามขอข้อมูลจาก กกต. มาโดยตลอด ต้องการจะทราบถึงวิธีการทำงานของอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลลับแต่ที่ผ่านมา กกต. ก็ไม่เคยให้ความร่วมมือ และในวันพรุ่งนี้ กกต. จะมารายงานประจำปีที่สภาก็จะสอบถามข้อมูลเรื่องนี้ด้วย

“ทำไมจึงต้องตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 เพราะเห็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมาดูจะสวนทางกับพยานหลักฐานที่เห็น หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 สั่งฟ้อง 229 คน หลักฐานชัดเกือบทุกคนไหม แต่สิ่งที่เราเห็นจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 คือไม่สั่งฟ้องใครเลย กำลังจะบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมดที่เราเห็นในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า วันที่ 13 ก.ย. 69 จะมีการชุมนุมกดดัน กกต. พรรคประชาชนจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า การทำงานของเราคู่ขนานกับภาคประชาชน อะไรที่เป็นกิจกรรมที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเราก็ไปร่วม แต่รูปแบบของวันที่ 13 ก.ย. 2569 เป็นอย่างไรตนยังไม่เห็นรายละเอียด

 

เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้มีการเรียกรวมพลให้มากันเยอะ ๆ ในวันที่ 13 ก.ย. 69 นายพริษฐ์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องสาระสำคัญคงตรงกัน คืออยากให้ กกต. ทำหน้าที่สั่งฟ้อง 229 คนไปที่ศาล ส่วนใครใน 229 คนจะผิดหรือไม่ผิด ก็ให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิพากษา และเหตุผลอีกอย่างที่เรียกร้องคือการตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของ กกต. ด้วย

“ปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 ใน 7 กกต. มาจากการรับรองโดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ฉะนั้น จึงมีความกังวลใจว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ ทางที่ดีที่สุดถ้ามีการสั่งฟ้องไปที่ศาล ศาลก็จะมาทำหน้าที่ในฐานะคนกลาง”

เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สว. จากภาคประชาชนก็ไปนัดเลี้ยงกันที่ร้านเดียวกันและมีคนจ่ายค่ากาแฟแค่คนเดียว นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. คนไหน ไม่ว่าจะถูกนิยามว่ากลุ่มใด ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนรายละเอียดข้อมูลของนายชีวะภาพ คนที่จะตอบได้ดีในเรื่องนี้คือ นายชยพล สท้อนดี สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่เป็นคนรวบรวมและนำเสนอข้อมูลตรงนี้ และนายชีวะภาพก็มีการยืนยันข้อมูลทั้งการเดินทางไปที่โรงแรม จ.นครนายก จริง และมีการยอมรับถึงการโอนเงินบางประการจริง ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะฟังความทั้งสองด้าน

 

เมื่อถามถึงการทาบทามนายชีวะภาพมาลงนายก อบจ.สิงห์บุรี ในนามพรรคประชาชน แต่นายชีวะภาพไม่มาเพราะติดทำคดีของแม่ผู้นำจิตวิญญาณอยู่ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อมูลแต่เท่าที่ทราบ พรรคประชาชนไม่เคยส่งผู้สมัครลงนายก อบจ.สิงห์บุรี

 

เมื่อถามย้ำว่า มีการไปทาบทามหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่เท่าที่ตนรู้ไม่เคยมีมติที่จะส่งผู้สมัครนายก อบจ.สิงห์บุรี แต่นายชีวะภาพก็มีสิทธิ์ให้ข้อมูลได้ และสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งนายชีวะภาพในนามพรรค

 

เมื่อถามว่า ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านมีการนำเรื่องชู้สาวไปล้อเลียน นายพริษฐ์กล่าวว่า ทางเวทีพยายามจะเน้นสาระเป็นหลัก แต่อาจไม่สามารถทราบหรือควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้

 

ข่าวล่าสุด