เนชั่นทีวี

ข่าว

อ่านเกม กกต. สับขาหลอก ”ฮั้ว สว.“ ทอดเวลา ปล่อยสถานการณ์ “กร่อย”

02 ก.ย. 2569 | titayu_pur

อ่านเกม กกต. สับขาหลอก ”ฮั้ว สว.“ ทอดเวลา ปล่อยสถานการณ์ “กร่อย”

ถอดรหัส กกต. เลื่อนลงมติคดีฮั้ว สว. ไปเป็น 14 ก.ย. ชี้เป็นเกมจิตวิทยาทางการเมืองเพื่อทอดเวลา สยบกระแสต่อต้าน และเปิดทางระบอบสีน้ำเงินเคลียร์ปมร้อนก่อนชี้ขาด

ถอดรหัส กกต. เลื่อนลงมติคดีฮั้ว สว. ไปเป็น 14 ก.ย. ชี้เป็นเกมจิตวิทยาทางการเมืองเพื่อทอดเวลา สยบกระแสต่อต้าน และเปิดทางระบอบสีน้ำเงินเคลียร์ปมร้อนก่อนชี้ขาด

KEY

POINTS

  • กกต. เลื่อนมติฮั้ว สว.: ขยับวันชี้ขาดจากปลาย ส.ค. ไปเป็น 14 ก.ย. ถูกมองว่าเป็นการ "สับขาหลอก" เพื่อทำลายจังหวะเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน
     
  • เปิดทางระบอบสีน้ำเงิน: การทอดเวลาช่วยให้ "อนุทิน" และพรรคภูมิใจไทยผ่อนคลายความกดดัน พร้อมเปิดโอกาสให้ กกต. ได้แจงปมข้อกฎหมาย
     
  • เกมจิตวิทยาทำให้ซบเซา: ดึงเรื่องให้ยืดเยื้อจนสังคมชินชา เมื่อผลมติออกมาตรงตามคาด กระแสสังคมจะกร่อยและไม่เกิดแรงสะเทือนทางการเมือง

ช่วงเวลานี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลภูมิใจไทย แสดงความมั่นใจเต็มพิกัดว่า จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรค และคลื่นลมการเมือง โดยเฉพาะ “คดีฮั้ว สว.” ไปได้แบบไม่ระคายผิว ท่าทีของนายกฯ เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับจังหวะก้าวของ กกต. และ สว. ในการปล่อยข่าววันลงมติ และจู่ๆ ก็ปฏิเสธข่าวตัวเอง ก่อนจะนัดวันลงมติเลทกว่าที่เคยประกาศไว้ราวๆ ครึ่งเดือน ทั้งหมดนี้หากมองเป็นความจงใจ และการวางเกมทางการเมือง ก็ไม่น่าจะผิด เพราะผลที่ตามมาล้วน “เป็นบวก” กับทั้ง กกต. และพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ “หัวขบวนระบอบสีน้ำเงิน” จังหวะเปลี่ยนเกมของ กกต.ในคดีฮั้ว สว. เริ่มตั้งแต่

 

1. หลังเลื่อนลงมติจาก 28 ส.ค. และประกาศวันลงมติใหม่ เป็นวันที่ 14 ก.ย. ทำให้กระแสฝ่ายต่อต้าน “ตัน” เหมือนน้ำล้นแก้ว เพราะ เดิมคาดว่า กกต.จะลงมติ 31 ส.ค. ทำให้ “2 ไอ” และเครือข่ายผู้สนับสนุน วางจังหวะ “สงครามครั้งสุดท้าย” เอาไว้ที่ 29 ส.ค. แต่ กกต.สับขาหลอก!

 

2. ต่อมา 25 ส.ค. กกต.ออกเอกสารข่าว ปฏิเสธข่าวประชุมเพื่อลงมติ 28 ส.ค. คำถามคือ ข่าวว่าจะลงมติ 28 ส.ค. ใครเป็นคนปล่อย เพราะ ข่าวจากทุกกระแสยืนยันว่าข่าวออกมาจาก กกต.เอง และไม่มีเหตุผลที่ฝ่าย “2ไอ” ต้องปล่อยข่าว เนื่องจากไม่ได้มีผลทำให้ กกต. กดดันหรือทำตามอยู่แล้ว มีอยู่อย่างเดียว คือ กกต. “โยนหินถามทาง”

 

3. หลังจากนั้น 28 ส.ค. คุณฐิติเชฏฐ์ นุชนารถ กรรมการ กกต. เป็นประธานเปิดกิจกรรมแถลงผลงานนักศึกษา หลักสูตร พตส.รุ่น 16 แล้วรีบร้อนกลับออกไป อ้างว่าไปประชุมโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อแม้แต่น้อย เหมือนไม่รู้ล่วงหน้าว่ามีประชุมในวันนั้น ทั้งๆ ที่หากมีประชุมสำคัญ ย่อมต้องรู้ล่วงหน้า และ ค่ำวันที่ 28 ส.ค. กกต.ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ประชุมพิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว นัดลงมติชี้ขาด 14 ก.ย.

แถลงของ กกค. มีข้อความสำคัญในเอกสาร อ้างเหตุผลที่เลื่อนยาวไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. เพราะต้องรอหลักฐานสำคัญ นำมาซึ่งคำถามว่า อะไรคือ “หลักฐานสำคัญ” และเมื่อต้องรอเอกสารสำคัญ เหตุใดจึงอ้างว่าพิจารณาสำนวนเสร็จหมดแล้ว “บรรณาธิการเนชั่น“ ตั้งคำถามต่อว่า เลื่อนยาวเกิน 2 สัปดาห์ หวังให้เกิดอะไรขึ้นในช่วงนี้ ?

 

4. จนกระทั้ง 31 ส.ค. กกต.ออกเอกสาข่าวอีก 1 ฉบับ โต้ข้อกฎหมายใน พ.ร.ป. สว. มาตรา 96(4) เรื่อง “พลีชีพเกิน 10%” ในแต่ละกลุ่มอาชีพ ถือว่าสมยอม ต้องเป็นโมฆะ โดยอธิบายว่า เป็นกติกาสำหรับการเลือก สว.ชุดแรก 250 คน ตาม “บทเฉพาะกาล” ที่เลือกโดย คสช. (เป็นชุดที่มีอำนาจเลือกนายกฯได้) ไม่ใช่การเลือก สว.ชุดปัจจุบันที่มี 200 คน (เลือกนายกฯไม่ได้)

"การทอดเวลาการลงมติคดีฮั้ว สว. ทำให้ กกต.ได้จังหวะเคลียร์ปมข้อกล่าวหาต่างๆ เหมือนมีเวลาได้หายใจ ใช่หรือไม่ และเชื่อได้เลยว่า ช่วงเวลาที่นับถอยหลังกันอยู่นี้ ต้องมีอะไรดีๆ ออกมาจาก กกต.อีกแน่นอน"

🔵 เกมจิตวิทยา “ทอดเวลา” สังคมไม่เซอร์ไพรส์

 

ด้าน กกต. ไม่มีอะไรจะเสีย ค่อยๆ ปลดล็อก ดึงหอกที่พุ่งใส่ตัวเองออกทีละเล่ม ปล่อยให้สังคมคาดการณ์มติ และเมื่อมติออกมาตามคาด คนจะไม่เซอร์ไพรส์ จนต้องอุทานว่า  “กูว่าแล้ว…” เหมือนตอนศาลรัฐธรรมนูญทอดเวลาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ “ลุงตู่” 30 กว่าวัน ให้คนถกเถียงกันจนหมดประเด็น แล้วก็ตัดสินว่า ยังนั่งนายกฯไม่ถึง 8 ปี บรรยากาศจึงคล้ายๆ ตอนนี้ ที่คนคาดการณ์กันทุกวันว่า สว.ตัวจริงจะโดนกี่คน นักการเมืองตัวตึงจะรอดหมดไหม

เมื่อทุกอย่างไม่เซอร์ไพรส์ ตัดสินออกมาก็ตรงตามที่คาด สุดท้ายก็วงแตก ด่าต่อนิดหน่อย แล้วจบกัน...หรือไม่

🔵 ทอดเวลา...พักเรื่องร้อน - ครม.สัญจร...สร้างผลงาน

 

ในอีกมุมหนึ่ง หาก กกต.ลงมติวันที่ 28 หรือ 31 ส.ค. การประชุม ครม.สัญจร จะกร่อย และไม่เป็นข่าวใหญ่ที่ยึดพื้นที่สื่อได้ขนาดนี้  แต่เมื่อ กกต.เลื่อนชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.” ออกไป ทำให้ ครม.สัญจร กลายเป็นอีเวนท์ใหญ่ และรัฐบาลก็จัดให้แบบ “ใจถึงใจ” โดยไม่ปล่อยให้มีม็อบมาต้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ภาพลักษณ์เสียหายด้วย กางมติ ครม. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 1 ก.ย. พบโครงการสำคัญที่อนุมัติ เม็ดเงินงบประมาณทะลุ "แสนล้าน" ได้แก่ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แห่งใหม่ งบประมาณ 4,829 ล้านบาท / สะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ งบประมาณ 1,849 ล้านบาท /  รถไฟทางคู่ ชุมพร ถึง ปาดังเบซาร์ 1.06 แสนล้านบาท / ขุดลอก ปรับปรุง ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 253 ล้านบาท และการอนุมัติตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” สร้างระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

 

น่าสนใจการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ สร้างโครงข่ายคมนาคมเอาใจคนใต้ คือผลงาน และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูมิใจไทยเพิ่มตัวเลข สส.ใต้ จาก 8 คน (ในปี 2562) เป็น 12 คน (ในปี 2566) และ 31 คน (ในปี 2569) ล้มแชมป์ "ประชาธิปัตย์" ครั้งแรกจากการเลือกตั้งเกิน 30 ปี ตลอดจนการอนุมัติตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” และเทงบขยายคลอง ร.1 เป็นการลบบาดแผลอุทกภัยหาดใหญ่ ที่ถูกมองว่าเยียวยาล่าช้า ไม่ทันใจ ไม่ทันความเดือดร้อน

ข่าวล่าสุด