ปากคำวัยรุ่น ยันโดนจาก ฮ.
นายซอและ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงนาทีเฉียดตายว่า ตนและเพื่อนรวม 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน เดินทางกลับจากการไปตั้งแคมป์ที่หาดยือลาปี อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี
ระหว่างทางกลับได้ผ่านจุดตรวจหน้าอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้ค้นตัวตามปกติและปล่อยผ่าน แต่เมื่อขับรถเข้าเขตพื้นที่ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ผ่านโรงเรียนบ้านกูมุง สังเกตเห็นเฮลิคอปเตอร์บินตามหลังมา
"พอถึงทางโค้ง เขากราดยิงเลย ครั้งแรกยิงหลายนัด แต่ยังไม่โดน แล้วเขาบินกลับมา จังหวะนั้นทางขึ้นเนิน เฮลิคอปเตอร์มาจ่อดักอยู่ข้างหน้าเลย ประกบอยู่ข้างหน้า เห็นประตูข้างของเฮลิคอปเตอร์เปิด เห็นปืนยิงลงมา เห็นแสงไฟสีเขียวรวมกับแสงปืน พวกเราชูมือแสดงความจำนงทั้ง 4 คนแล้ว แต่เขาก็ยิง โดนที่ท้องใต้สะดือ ทะลุเฉียงที่น่องขวา" นายซอและ เล่าเหตุการณ์ที่ตนเองอ้างว่าเผชิญมาอย่างระทึกขวัญ
พี่ชายคนเจ็บ - ผญบ. รับมี ฮ.บิน แต่ไม่ยืนยันยิงจาก ฮ.
ด้านพี่ชายของ นายซอและ ยืนยันว่า ภายหลังน้องชายและเพื่อนถูกยิง ไม่ได้หลบหนีไปซ่อนตัว แต่รีบขับขี่รถไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทันที
สอดคล้องกับคำบอกเล่าของ นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลช้างเผือก ที่บอกว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น. มีเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาในพื้นที่ในลักษณะบินต่ำและไม่ได้เปิดไฟ ซึ่งชาวบ้านคิดว่าเป็นการบินลาดตระเวนตามปกติ
ผู้ใหญ่บ้านระบุว่า กลุ่มของนายซอและ ขับรถผ่านมา และได้ทักทายตนที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก บอกว่าเพิ่งกลับจากแคมป์ปิ้ง หลังจากเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ขับรถคล้อยหลังพ้นองค์การบริหารส่วนตำบล ไปทางสามแยกโรงเรียน เพื่อเข้าหมู่บ้านไอยือรุส เพียงพักเดียว ก็ปรากฏเสียงปืนดังขึ้น
"ฮ.บินออกไป แล้วบินวนกลับมาเลย อบต.ไป จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังทีละนัด ปัง ปัง ปัง ประมาณ 5-6 นัด แล้วหยุดพักหนึ่ง ก่อนจะมีรอบสองที่ยิงเยอะกว่ารอบแรก เสียง ฮ.กับเสียงปืนอยู่ในละแวกเดียวกัน ผมโทรเช็ค ชรบ. เขาบอกว่าเสียงมาจากหลังโรงเรียน... สักพักเด็ก 4 คนนี้ก็ขับรถทุรนทุรายออกมา ซอและลงไปกองกับพื้น มีเลือดออก ผมจึงให้รถรองนายก อบต. รีบพาส่งโรงพยาบาล" นายนูเซ็ง กล่าว
นายนูเซ็ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงเช้าวันที่ 23 สิงหาคม ได้กลับไปดูจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยคล้ายรูกระสุนปืนประมาณ 10 กว่ารูบนพื้นดิน ขนาดความกว้างประมาณลูกแก้วเล็กๆ ซึ่งขณะนี้ต้องรอทางกองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบชี้ชัด
ผอ.รพ.นราฯ แจงวิถีกระสุน - มุมยิงไม่เกิน 30 องศา
ด้าน นายแพทย์พรประสิทธิ์ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แถลงข่าวและข้อมูลทางการแพทย์ว่า บาดแผลของคนไข้ รูเข้าอยู่ด้านหน้าบริเวณสะดือ ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ทะลุออกด้านหลังเหนือเอว ขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร โดยไม่โดนกระดูกเชิงกราน
"หากตั้งสมมติฐานว่าคนไข้ยืนอยู่ มุมยิงคาดว่าจะไม่ได้ขนานพื้น แต่อาจจะสูงขึ้นมาประมาณ 30 องศา ทั้งนี้ อานุภาพทำลายล้างไม่มากนัก จึงดูไม่น่าจะเป็นอาวุธที่มีการทำลายล้างสูง เพราะหากเป็นเช่นนั้นต้องมีกระดูกเชิงกรานแตกหัก หรืออวัยวะภายในบาดเจ็บรุนแรงร่วมด้วย" ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ระบุ
เป็นไปได้ยิงจากปืนพกประจำกาย จนท.
เจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส (ขอสงวนนาม) เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวว่า ผู้บาดเจ็บถูกยิงจากอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารยศ "จ่า" ที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ โดยเป็นอาวุธปืนเล็กจู่โจม (คาร์บิน) ไม่ใช่อาวุธปืนกลหนัก M60 ที่ติดตั้งกับแท่นยึดข้างลำตัวเครื่องของเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด
ขณะที่อดีตนายทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้ความเห็นแย้งในมุมยุทธวิธีว่า การยิงจากเฮลิคอปเตอร์โดยใช้อาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่นั้น "เป็นไปได้" แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า กรณีนี้เป็นการยิงจากอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ลงมาที่ภาคพื้นดินหรือไม่
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของกำนันรายหนึ่งในพื้นที่นราธิวาส ที่ระบุว่า จากการพูดคุยวงในกับทหารในพื้นที่ ต่างก็เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่มองว่าที่ฝ่ายความมั่นคงออกมายอมรับไม่ได้ เพราะเกรงว่าฝ่ายการเมืองจะนำประเด็นนี้ไปขยายผล
"จริงๆ ยอมรับขอโทษ เรื่องก็จบ แต่มาทำแบบนี้มันกลายเป็นปัญหา" กำนันในพื้นที่นราธิวาส ระบุ
ฉก.นราฯ แจง ฮ.บินลาดตระเวน ไร้อาวุธ!
ด้านท่าทีของฝ่ายความมั่นคง พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐ์ปนัชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส) แถลงยืนยันชัดเจนว่า หน่วยได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการลาดตระเวนและตรวจการณ์เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น
"ขอยืนยันว่าไม่มีการนำอาวุธขึ้นบนเฮลิคอปเตอร์โดยเด็ดขาด" พันเอก อนิรุจน์ ระบุ และย้ำว่า ข่าวที่บอกว่าจ่าทหารยิงปืนสั้นจากบนเฮลิคอปเตอร์ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง
อดีต สส.นราฯ ยันวัยรุ่นไม่ใช่ผู้ก่อความไม่สงบ
นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง) กล่าวว่า ชาวบ้านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ายิงจากเฮลิคอปเตอร์จริง เด็กที่บาดเจ็บเป็นคนขับ พอโดนยิงก็เปลี่ยนมาซ้อนท้าย
"ถามว่าถ้าเขาเป็นโจรจริง ทำไมโดนยิงแล้วต้องรีบขับรถไปหาผู้ใหญ่บ้าน ไปขอความช่วยเหลือที่องค์การบริหารส่วนตำบล ตอนนี้ชาวบ้านพร้อมออกมาเป็นพยาน เราต้องเอาความจริงและความยุติธรรมมาเป็นศูนย์กลาง" นายกูเฮง กล่าว
หน่วยข่าวเตือน แจงไม่ชัด เสี่ยงบานปลาย
บทสรุปของเรื่องนี้ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่มีข้อมูลจากเอกสารรายงานของหน่วยข่าวในพื้นที่ ที่แจ้งเตือนเอาไว้ว่า...
“กรณีบาดเจ็บของเยาวชนในพื้นที่อำเภอจะแนะ ซึ่งมีความเห็นขัดแย้งระหว่างฝ่ายความมั่นคงกับประชาชน ถือเป็น 'จุดอ่อนสำคัญ' ที่อาจถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนำไปขยายผลสร้างความเกลียดชังทางสังคมและบิดเบือนในสื่อออนไลน์ ดังนั้น การพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสจนได้รับการยอมรับเท่านั้น จึงจะป้องกันการขยายประเด็นและเงื่อนไขความขัดแย้งไม่ให้บานปลายได้”
นี่คือเอกสารจริงของหน่วยข่าวที่แจ้งเตือนเอาไว้ หลังเกิดเหตุ ส่วนตอนจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ต้องรอดูกันต่อไป!