นอกจากนี้ นายยศชนัน พร้อมด้วย นายชัยณรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ลงมือร่วมทำความสะอาดอย่างใกล้ชิด โดยนายยศชนันได้ถือสายยางฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อล้างคราบโคลนที่ฝังแน่น และร่วมทำความสะอาดถนนเคียงข้างกับข้าราชการและอาสาสมัครจิตอาสาอย่างเป็นกันเอง โดยนายกเทศมนตรีเมืองน่านได้กล่าวขอบคุณตัวแทนรัฐบาลที่ลงพื้นที่ปักหลักบัญชาการสถานการณ์เคียงข้างชาวน่านตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาจนถึงขั้นตอนของการฟื้นฟู
จากนั้น นายยศชนัน กล่าวถึงความคืบหน้าด้านการให้ความช่วยเหลือว่า นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาสอบถามและติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง โดยได้หารือกันถึงแผนการดำเนินงาน ซึ่งในวันนี้ยังอยู่ในระยะของการฟื้นฟูพื้นที่ แต่หลังจากนี้รัฐบาลจะเร่งเข้าสู่มาตรการเยียวยาและจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบภัย เนื่องจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ แม้น้ำจะท่วมขังเพียงไม่กี่วัน แต่ได้พัดพาดินโคลนเข้ามาสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มเกษตรกรและประชาชนที่ต้องซ่อมแซมบ้านเรือน โดยจะต้องบูรณาการความร่วมมือจากหลายกระทรวง
“นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะลงพื้นที่จังหวัดน่านในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามเรื่องการเยียวยาโดยเฉพาะ ทั้งนี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาด้านเอกสารลงได้ ทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด” นายยศชนัน เผย
ส่วนแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดน่าน
นายยศชนัน ระบุว่า ทางกรมชลประทานและทางจังหวัดได้มีการเสนอแผนรองรับไว้แล้ว โดยหลักการสำคัญคือต้องมีที่พักน้ำตามจุดต่างๆ เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบ่อพักน้ำ แก้มลิง หรือฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมือง
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนภัย โดยยกระดับจากระบบ GIS สู่การทำ Digital Twin ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในจุดต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อให้การแจ้งเตือนระดับน้ำผ่านแอปพลิเคชันมีความแม่นยำ ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ที่มีระดับความสูงต่ำต่างกัน และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายยศชนัน จะเข้าร่วมประชุมวอร์รูม (War Room) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนจะเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอปัวต่อไป