เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ

03 ส.ค. 2569 | prisana_tha

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ-กองทุนเผยแผ่ฯ ”วีระ“ จี้ตอบที่ดิน-ศาสนสมบัติ ปล่อยใครเช่าบ้าง เงินไปไหน “วทันยา” มองใช้เงินส่งเสริมพุทธศาสนา แต่เรื่องอื้อฉาวในวัดเพียบ หวังใช้เงินมีธรรมาภิบาล

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ-กองทุนเผยแผ่ฯ ”วีระ“ จี้ตอบที่ดิน-ศาสนสมบัติ ปล่อยใครเช่าบ้าง เงินไปไหน “วทันยา” มองใช้เงินส่งเสริมพุทธศาสนา แต่เรื่องอื้อฉาวในวัดเพียบ หวังใช้เงินมีธรรมาภิบาล

KEY

POINTS

  • กมธ.งบฯ 70 จี้กรมการศาสนา แจงงบอุดหนุนกว่า 70% หลังพบงบปี 2570 เหลือ 333 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นเงินอุดหนุนวัดและองค์กรศาสนา พร้อมตั้งคำถามเรื่องเกณฑ์จัดสรร การตรวจสอบ และมาตรการป้องกันปัญหาซ้ำรอยคดีเงินทอนวัด
  • "วีระ-วทันยา" สงสัยงานซ้ำซ้อนและเงินนอกงบฯ ขอกรมการศาสนาเปิดข้อมูลกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนา รายละเอียดการจัดสรรเงินอุดหนุนปี 2568-2569 รวมถึงข้อมูลทรัพย์สินและที่ดินศาสนสมบัติ พร้อมตั้งข้อสังเกตบทบาทที่คาบเกี่ยวกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและกรมศิลปากร
  • อธิบดีกรมการศาสนายันใช้งบโปร่งใส คุ้มค่า ระบุเงินอุดหนุนกว่า 233 ล้านบาทมีตัวชี้วัดและตรวจสอบผ่านสำนักงานคลังจังหวัด หากใช้ไม่หมดต้องส่งคืน พร้อมชี้แจงว่าที่ดินและศาสนสมบัติได้โอนไปอยู่ในการดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตั้งแต่ปี 2545 แล้ว

3 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หรือ กมธ.งบฯ 70 เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา มีวาระการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่ถูกจับตาและมีข้อถกเถียงกันมากในที่ประชุม คือ งบประมาณของ “กรมการศาสนา

 

นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ. กล่าวว่า ในแง่การของบประมาณ ตนไม่มีหน้าที่ตัดทอน เพราะเป็นหน้าที่อนุกมธ. ซึ่งกรมฯ ต้องไปชี้แจงด้วยตนเอง ในส่วนงบประมาณกรมการศาสนานั้น แทบจะตัดอะไรไม่ได้ ดูเหมือนจะกระเบียดกระเสียรมาก เพราะรายจ่ายลงทุน และบุคลากรก็คงที่ประมาณนี้มาตลอด แต่ละปีก็คล้าย ๆ กัน

แต่ก็มีประเด็นที่จะสอบถาม คือ กรมการศาสนา และกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีการทำงานอย่างไร ระหว่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายใต้สำนักนายกฯ เพราะกิจกรรมบางอย่างนั้น คล้าย ๆ กัน งานที่คาบเกี่ยวกัน จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ

 

และที่สำคัญ ขณะนี้มีทรัพย์สินปล่อยเช่า เช่น ที่ดิน ที่กรมการศาสนาดูแล ยังมีหรือไม่ในปัจจุบัน การดูแลศาสนสมบัตินั้น กรมการศาสนายังดูแลอยู่หรือไม่ ถ้ายังดูแลอยู่ ปัจจุบันมีที่ดินกี่แปลงทั้งประเทศ และมีสัญญากับเอกชนกี่ราย บอกเป็นจำนวน เป็นเอกสารมา ว่ากรรมสิทธิ์บนที่ดินทุกแปลง ผู้เช่าคือใคร พร้อมรายละเอียด เพราะในรายละเอียดงบฯท่านไม่มีอะไรเลย นี่ถือเป็น “เงินนอกงบประมาณ” อย่างหนึ่ง และของบการเงินรายงานการเงินของกองทุนส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาฯ ด้วย

ในขณะที่ นางวทันยา บุนนาค กมธ. กล่าวว่า กรมการศาสนา ปีนี้แม้จะได้งบประมาณน้อยลง เหลือ 333 ล้านบาท แต่ในรายละเอียด ก็พบว่างบประมาณกว่า 70% เป็นเงินสำหรับอุดหนุนค่าใช้จ่ายผ่านวัด/ศูนย์/องค์กรศาสนาต่าง ๆ มีข้อกังวลว่า เงินอุดหนุน เมื่อพ้นมือไปแล้ว จะตรวจสอบต่อจากนั้นอย่างไร เพราะกรมฯ ไม่มีเอกสารแสดงจำนวนผู้รับ เกณฑ์การจัดสรรเงินต่อแห่งของปีก่อน ๆ เลย

 

กมธ.งบฯ 70 ชำแหละ 333 ล้าน กรมการศาสนา หวั่นซ้ำซ้อนสำนักพุทธ

 

“ปีที่แล้วเรามีปัญหามาก เกี่ยวกับศรัทธาในพระพุทธศาสนา คดีเงินทอนวัด คดียักยอกเงินวัดดัง 300 กว่าล้าน ทำให้เป็นประเด็นที่สังคมอยากเห็นธรรมาภิบาลคู่ธรรมวินัย งบกว่า 70% ของกรมการศาสนา ยังตั้งเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่ปรับปรุงรายละเอียดใด ๆ เลย ไม่เห็นกลไกธรรมาภิบาลใหม่เลย ทั้งที่มีปัญหาใหญ่ในปีที่แล้ว”

 

นางวทันยา ได้ขอเอกสารรายละเอียดการจัดสรรเงินอุดหนุน ปี 68-69 ว่าเป็นอย่างไรเป็นเอกสาร และขอให้ตอบด้วยวาจาว่าหลังมีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นนั้น ทางกรมได้ปรับหลักเกณฑ์ เพิ่มเงื่อนไขเรื่องธรรมาภิบาล บัญชีรายรับรายจ่ายหรือไม่ มีการสุ่มตรวจ หรือเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะอย่างไรบ้างหรือไม่

 

และมีความกังวล เช่นเดียวกับ กมธ. หลายท่านว่า การทำงานของกรมการศาสนา กับสำนักพุทธฯนั้น ใกล้เคียงกัน เช่น การตั้งงบบูรณะศาสนสถาน แต่ไม่มีรายละเอียด จึงอยากทราบเอาไปใช้ตรงไหน และซ้ำซ้อนกับสำนักพุทธ หรือ กรมศิลปากร หรือไม่

 

ด้าน เพียงพนอ บุญกล่ำ กมธ. แสดงความเห็นว่า ดูเหมือนงานของกรมฯ จะมุ่งส่งเสริมให้เกิดความรู้ และเผยแผ่ศาสนาพุทธและศาสนาอื่น ๆ แต่ในสถานการณ์ที่ผ่านมา สะท้อนความน่ากังวลว่า กิจกรรมและแผนงานของท่าน จะเน้นไปในเรื่อง “พิธีการ-พิธีกรรม” แล้วด้านเนื้อหา ยังขาดไปหรือไม่

 

“จัดงานแค่นี้ จบงานก็จบไป เหมือนยิงพลุขึ้นฟ้า มองเห็นแล้วหาย ควรปรับกิจกรรมให้คนในประเทศเข้าใจศาสนาอย่างแท้จริงในเชิงเนื้อหา ไม่ใช่พิธีกรรม และต้องส่งเสริมให้ศึกษาศาสนาอื่นด้วย มิฉะนั้นประเทศก็อยู่ด้วยความสงบไม่ได้”

 

ด้าน นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ชี้แจงต่อ กมธ.ว่า กรมมีภารกิจหลักในงานพิธีการ พระราชพิธี ศาสนพิธีต่าง ๆ และส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา ตลอดจนส่งเสริมคุณธรรมในเด็กและเยาวชน และทำงานร่วมภาคีทั้ง 5 ศาสนา

 

ประเด็นข้อกังวลด้านการอุดหนุนงบประมาณไปยังโรงเรียน ชุมชน เครือข่ายนั้น ได้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส จะเห็นได้จากการประเมินคะแนน ITA และงบการเงินของกรม ก็มีผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างชัดเจน

 

โครงการเงินอุดหนุนนั้น กรมฯ มีตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ และดำเนินการผ่านสำนักงานคลังจังหวัด คือ มีการตรวจสอบการใช้จ่าย ตามโครงการที่ได้เสนอมา มีตัวคูณการใช้จ่าย หากใครใช้ไม่หมดก็ต้องส่งคืนกรมฯ

 

“การใช้จ่ายเงินของกรมฯ ราบรื่นมาโดยตลอด ในส่วนเงินที่ใช้อุดหนุนกว่า 233 ล้านนั้น ยืนยันว่าคุ้มค่า และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ทุกประการ”

 

ขณะที่เรื่อง “ที่ดินและศาสนสมบัติ” การแบ่งส่วนราชการ ในปี พ.ศ. 2545 โอนไปยังสำนักพุทธฯ หมดแล้ว อาจจะยังมีชื่ออยู่เท่านั้น แต่ไม่ได้ดูแล และกำลังดำเนินการให้เรียบร้อยทั้งหมด

ข่าวล่าสุด