แฉหลักฐาน 3 บิ๊กซี 10 เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น อ้างโควตาผู้ใหญ่
22 ก.ค. 2569 | titayu_pur

แฉหลักฐาน 3 บิ๊กซี 10 เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น อ้างโควตาผู้ใหญ่ พร้อมเปิด 2 ผอ. สถ.-มศว ที่จ่อถูกออกหมายจับคือใคร สะพัดอาจมีการเจรจาตัดตอนคดี เพื่อปกป้องผู้บงการ
ข่าว
22 ก.ค. 2569 | titayu_pur

แฉหลักฐาน 3 บิ๊กซี 10 เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น อ้างโควตาผู้ใหญ่ พร้อมเปิด 2 ผอ. สถ.-มศว ที่จ่อถูกออกหมายจับคือใคร สะพัดอาจมีการเจรจาตัดตอนคดี เพื่อปกป้องผู้บงการ
KEY
POINTS
22 กรกฎาคม 2569 จากกระแสข่าว ตำรวจกองปราบฯ กำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน เตรียมขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้อำนวยการระดับสูงจาก สถ. และ มศว หลังพบเบาะแสเอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ ท่ามกลางกระแสข่าวสะเทือนวงการสิงห์มหาดไทย ที่แฉหลักฐานดิจิทัลฟุตพริ้นท์ มัดตัวข้าราชการระดับบิ๊ก C10 ที่ส่งรายชื่อเด็กฝาก โดยอ้างเรื่องโควตาผู้ใหญ่ โดยอาศัยช่องโหว่เวลาพิจารณา 15 วันในการแก้ไขผลคะแนน หวังผลประโยชน์ปูทางสู่อำนาจ ท่ามกลางความกังวลว่าอาจมีการเจรจาตัดตอนคดีเพื่อปกป้องผู้บงการ
ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ล่าสุดมีรายงานว่า ตำรวจกองปราบปรามกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมเสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับ ข้าราชการระดับสูงระดับผู้อำนวยการ (ผอ.) จาก 2 หน่วยงานหลัก คือ ฝั่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) รวม 2 ราย ซึ่งถือเป็นตัวละครสำคัญในปมแก้คะแนนสอบครั้งมโหฬารนี้
จากการสืบสวนเชิงลึกของแหล่งข่าว “วงใน” พบว่า มีการแบ่งกลุ่มรายชื่อที่อยู่ในข่ายถูกออกหมายจับออกเป็น 2 กลุ่ม หรือ "2 โผ" ดังนี้:
ประกอบด้วย ผอ.พ. แห่งกรม สถ. ซึ่งเป็นคนสนิทของอธิบดี มีบทบาทสำคัญในการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และมีตำแหน่งใน กสถ. และ ผอ.ร. คีย์แมนคนสำคัญฝั่งผู้รับจ้างจัดสอบ
คือ ผอ.พริก (อักษรย่อ จ.) ระดับ ผอ. เทศบาลใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี และ ผอ.เจี๊ยบ (อักษรย่อ ท.) ผอ.เทศบาลอีกแห่งในนนทบุรี ซึ่งถือเป็นทีมปฏิบัติการเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม จากตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอขอหมายจับอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน และอาจเป็นการโยนหินถามทาง เพื่อหยั่งกระแสในแวดวงผู้เกี่ยวข้อง
มีรายงานข้อมูลจากวงการสอบสวน ระบุถึงความผิดปกติในขั้นตอนการประกาศผลสอบ โดยพบว่าผู้รับจ้างจัดสอบได้ส่งแฟลชไดรฟ์บรรจุผลคะแนนรวม 20 ชุด แยกตามศูนย์สอบ ซึ่งมีการเรียงคะแนนตามเกณฑ์ภาค ก และ ภาค ข ไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ทาง สถ. และ กสถ. กลับไม่ประกาศผลทันที โดยอาศัยเงื่อนไขใน TOR ที่ระบุให้มี "เวลาพิจารณา 15 วัน"
จุดนี้เองที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นช่วงเวลาที่มีการ "แก้ข้อมูลผลสอบ" โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุว่า แฟลชไดรฟ์เหล่านี้ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟภายในห้องของอธิบดี นำไปสู่คำถามที่ว่า หากผู้รับจ้างร่วมมือด้วยจริง เหตุใดจึงต้องใช้เวลาพิจารณาถึง 15 วัน แทนที่จะจบตั้งแต่อยู่ในกระบวนการของผู้รับจ้าง
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึง ข้าราชการระดับสูงระดับ 10 (C10) อย่างน้อย 3 คน ที่มีการสื่อสารกับผู้รับผิดชอบการสอบในทำนองว่า "มีโควตาผู้ใหญ่หลักร้อย" พร้อมมีการส่งรายชื่อโผเด็กฝากให้อย่างเป็นรูปธรรม จนนำไปสู่การตั้งคำถามในสังคมว่า "ผู้ใหญ่" ที่อยู่เหนือระดับ 10 ขึ้นไปนั้นคือใคร? จะถึงระดับ C12 หรือฝ่ายการเมืองเบื้องหลังหรือไม่
ขณะนี้เริ่มมีกระแสวิจารณ์อย่างหนาหูในแวดวงข้าราชการว่าอาจมีการ "ตัดตอน" ให้คดีจบลงเพียงแค่ระดับ ผอ. 2 ราย เพื่อปกป้องผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่มีรายงานว่าผู้มีอำนาจเหนือ ผอ. ทั้งสองกำลังพยายามเจรจาให้ทั้งคู่ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เพราะข้อมูลหลักฐานสำคัญ รวมถึง "คลิปเสียง" และเส้นทาง "ดิจิทัลฟุตพริ้นต์" (Digital Footprint) กำลังไหลไปถึงมือ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ป.ป.ช. เองก็มีข้อมูลเชิงลึกที่อาจจะหยุดไม่อยู่แล้ว
นอกจากผลประโยชน์ด้านสินบนแล้ว การโกงสอบครั้งนี้ยังถูกมองว่าหวังผลทางการเมืองและการปูทางสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เช่น การเลื่อนระดับจากผู้อำนวยการไปสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ "พ่อเมือง" เพื่อสร้างฐานอำนาจในอนาคต
กองปราบปรามยืนยันจะดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด ขณะที่ภาคประชาชนต้องจับตามองว่า ป.ป.ช. จะสามารถลากตัว "ผู้บงการ" ที่อยู่เบื้องหลังโควตาหลักร้อยนี้มาลงโทษได้ทั้งหมด หรือจะเป็นเพียงมวยล้มต้มคนดูในท้ายที่สุด