เนชั่นทีวี

ข่าว

ยอดดับทะลุ 1,200! กู้ภัยเร่งเจาะอุโมงค์ช่วยผู้รอดชีวิตเนปาล

03 ก.ย. 2569 | apirak_pra

ยอดดับทะลุ 1,200! กู้ภัยเร่งเจาะอุโมงค์ช่วยผู้รอดชีวิตเนปาล

ทีมกู้ภัยระดมกำลังเจาะอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ลุ้นปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตคนงานติดค้างกว่า 90 คน หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาลผ่านไป 1 สัปดาห์ ขณะที่ยอดดับพุ่งทะลุ 1,200 ราย

ทีมกู้ภัยระดมกำลังเจาะอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ลุ้นปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตคนงานติดค้างกว่า 90 คน หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่เนปาลผ่านไป 1 สัปดาห์ ขณะที่ยอดดับพุ่งทะลุ 1,200 ราย

KEY

POINTS

  • ภัยพิบัติธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วอย่างน้อย 1,204 ราย และสูญหายอีกกว่า 4,200 คน
  • ปฏิบัติการกู้ภัยมุ่งเน้นไปที่การเจาะอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งคาดว่ามีคนงานติดอยู่ราว 90 คน และมีความหวังสูงที่จะพบผู้รอดชีวิต
  • ทีมกู้ภัยนานาชาติเชื่อว่าภายในอุโมงค์ยังมีอากาศ อาหาร และน้ำ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้รอดชีวิตและกำลังพยายามอัดออกซิเจนเข้าไปเพิ่ม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้าภัยพิบัติธารน้ำแข็งพังถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันในประเทศเนปาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,204 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 4,200 คน โดยขณะนี้ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตได้ถูกมุ่งเน้นไปที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 4 แห่ง ซึ่งคาดว่ายังมีคนงานสูญหายอยู่อีกราว 900 คน โดยเฉพาะ 2 จุดสำคัญที่มีคนงานติดค้างรวมกันราว 90 คน ซึ่งถือเป็นจุดที่มีหวังพบผู้รอดชีวิตสูงสุดเนื่องจากภายในอุโมงค์มีห้องโถงแห้งและยังมีอากาศหายใจ

 

คิราน ชาฮี บอร์ดบริหารการไฟฟ้าเนปาล เปิดเผยว่า "เรามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ข้างในนั้น เพราะภายในอุโมงค์มีทั้งอาหารและน้ำดื่มที่เตรียมไว้สำหรับเป็นห้องสื่อสารและที่พักผ่อน" โดยเฉพาะที่อุโมงค์โครงการ Trishuli-3A เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีห้องโถงที่แห้งสนิทและมีออกซิเจนไหลเวียนอยู่ ซึ่งทีมกู้ภัยกำลังพยายามต่อท่อเพื่ออัดอากาศและออกซิเจนเข้าไปเพิ่ม โดยมีทีมกู้ภัยเชี่ยวชาญพิเศษจากอินเดีย จีน และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมภารกิจเจาะอุโมงค์ช่วยชีวิตในครั้งนี้ด้วย
 

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งทิเบตของจีน ได้มีการปรับยอดผู้เสียชีวิตขึ้นเป็น 21 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 541 คน (ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวเนปาล 104 คน, อินเดีย 49 คน และลัตเวีย 33 คน) หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถเปิดเส้นทางคมนาคมไปยังด่านชายแดนจี๋หลง (Gyirong) ได้สำเร็จ ทำให้สุนัขดมกลิ่น เครื่องสแกนสัญญาณชีพ และเครื่องจักรหนักสามารถรุกเข้าสู่พื้นที่ศูนย์กลางของภัยพิบัติเพื่อเร่งค้นหาร่างผู้สูญหายตามซากอาคารและหอพักได้อย่างเต็มที่

 

บาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล แถลงต่อสภาว่านี่คือหนึ่งในภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ พร้อมระบุว่าทางการกำลังเร่งกู้คืนระบบไฟฟ้า การสื่อสาร (กู้คืนได้แล้ว 95%) และเส้นทางคมนาคม เพื่อนำความช่วยเหลือเข้าถึงทุกพื้นที่ ขณะที่องค์กร Save the Children ออกมาเตือนถึงสภาวะจิตใจอันเปราะบางของเด็กๆ ในเขตนุวาโกตและราสุวา ที่กำลังเผชิญบาดแผลทางใจอย่างรุนแรง หลังต้องทนเห็นภาพสะเทือนใจ ทั้งเพื่อนๆ บนรถโรงเรียนถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตา และบ้านเรือนถูกโคลนกลืนหายไปทั้งหลัง

ข่าวล่าสุด