เนชั่นทีวี

ข่าว

รปภ.เข้ม! คกก.สรรหาชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. “นพ.สรณ”

17 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

รปภ.เข้ม! คกก.สรรหาชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. “นพ.สรณ”

รปภ.เข้ม! คณะกรรมการสรรหา กสทช. ลงมติชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. “นพ.สรณ” – “นพ.สุภัทร” ยื่นหลักฐานมัดชี้ชัดเป็นลูกจ้าง ม.มหิดล-ออกตรวจ รพ.เวลาราชการ

คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประชุมร่วมกันในวันนี้ (17 ก.ค.) ที่อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา โดยมีวาระสำคัญในการลงมติชี้ขาดคุณสมบัติของนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.ว่า ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.หรือไม่ หลังถูกร้องเรียนว่า มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ พ.ร.บ.กสทช.ซึ่งอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.ได้

รปภ.เข้ม! คกก.สรรหาชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. “นพ.สรณ”

สำหรับการประชุมในวันนี้ (17 ก.ค.) มีมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา อารักขาการประชุมอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพการประชุม และไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในห้องประชุม

ขณะที่ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหลักฐาน และหนังสือฉบับที่ 3 ต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. พร้อมระบุว่า ตามพระราชบัญญัติกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. ให้บุคคล ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่นภายใน 15 วันนับจากที่ประชุมวุฒิสภามีมติ แต่นายแพทย์สรณ แม้จะออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว แต่ก็ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงอยู่ ซึ่งแม้ว่า นายแพทย์สรณ จะอ้างว่า ไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ดังนั้น จึงขัดมาตรา 8 (2) ที่จะต้องต้องลาออกทั้งหมด

รปภ.เข้ม! คกก.สรรหาชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. “นพ.สรณ”

นายแพทย์สุภัทร ยังได้ยื่นหลักฐานการเสียภาษีของ นายแพทย์สรณ ที่ได้รับจากโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งมั่นใจว่า เพียงพอที่จะชี้ว่า นายแพทย์สรณ เป็นลูกจ้างมหาวิทยาลัย เพราะการเป็นแพทย์ ไม่สามารถทำงานโดยไม่มีตัวตนในมหาวิทยาลัยได้ ดังนั้น จะต้องเป็นลูกจ้าง หรือแพทย์ ไม่สามารถทำงานแบบจิตอาสาได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ บนหน้าเว็บไซต์โรงพยาบาลรามาธิบดี ยังปรากฏหลักฐานการเป็นแพทย์ประจำ ในวันทำการ และเป็นแพทย์เอกชนในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ทับซ้อน จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่น และนายแพทย์สรณ จะต้องเลือกว่า จะเป็นแพทย์ หรือจะเป็นประธาน กสทช.

นายแพทย์สุภัทร ยังระบุว่า คณะกรรมการธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ยังเคยชี้ชวนนายแพทย์สรณ เป็นคณะกรรมการอิสระ และนายแพทย์สรณ ได้ยื่นไปสมัครไป ซึ่งในการประชุมผู้ถือหุ้น นายแพทย์สรณ ได้รับการคัดเลือก ทั้งที่ไม่ควรสมัคร และเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช.แล้ว นายแพทย์สรณ ก็ยังไม่ลาออก แต่ได้ยื่นหนังสือชะลอการรับตำแหน่งคณะกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ เพื่อไปขอตีความกับคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งในการประชุม กสทช. ได้มีการสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาจริง แต่นายแพทย์สรณ ได้ดึงเรื่องกลับจากกฤษฎีกา ซึ่งเชื่อว่า เป็นเพราะจะมีการตีความที่ไม่เป็นคุณ

 

นายแพทย์สุภัทร มั่นใจว่า หลักฐานที่ตนเองได้ยื่นต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช.นี้ จะเพียงพอให้สามารถชี้ขาดได้  เพราะตนเองยังได้ นำมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภาชุดก่อน ที่มีมติชี้ขาดว่า นายแพทย์สรณ ขาดคุณสมบัติประธาน กสทช. แต่ขณะนั้น ที่ประชุมใหญ่วุฒิสภา ไม่ได้มีการลงมติ เนื่องจาก นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานวุฒิสภา ไม่ได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุม จึงทำให้รายงานค้างการพิจารณา

 

นายแพทย์สุภัทร ยังหวังว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. จะชี้ขาดเป็นที่สุดในวันนี้ (17 ก.ค.) เพื่อให้ กสทช.สามารถเดินหน้าแก้ปัญหาต่อได้ ไม่ต้องคาราคาซังกับปัญหาคุณสมบัติของประธาน กสทช. เพราะปัจจุบัน กสทช.มีปัญหารออยู่มาก ทั้งค่าอินเทอร์เน็ตแพง หรือค่าโทรศัพท์แพง ซึ่งเป็นเรื่องที่ กสทช.จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่ที่ผ่านมา กสทช.ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้น้อยมาก

ข่าวล่าสุด