เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดรหัส “It’s over” ทรัมป์ฉีกสัญญาหยุดยิงอิหร่าน กลางวงนาโต

09 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

ถอดรหัส “It’s over” ทรัมป์ฉีกสัญญาหยุดยิงอิหร่าน กลางวงนาโต

ฉากทัศน์ใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ถอดรหัส “It’s over” ทรัมป์ฉีกดีลหยุดยิงอิหร่านกลางวงนาโต ปิดท่อน้ำเลี้ยงดอลลาร์ ประกาศตัดความสัมพันธ์สเปน จับตาน้ำมันโลกพุ่ง 6% เขย่าเงินเฟ้อ-ค่าไฟไทย

ฉากทัศน์ใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ถอดรหัส “It’s over” ทรัมป์ฉีกดีลหยุดยิงอิหร่านกลางวงนาโต ปิดท่อน้ำเลี้ยงดอลลาร์ ประกาศตัดความสัมพันธ์สเปน จับตาน้ำมันโลกพุ่ง 6% เขย่าเงินเฟ้อ-ค่าไฟไทย

KEY

POINTS

  • ทรัมป์ลั่น "It's over" : ฉีกดีลหยุดยิงกลางวงนาโต ขีดเส้นตาย 17 ก.ค. 2569 ยกเลิกใบอนุญาตผ่อนปรน ซื้อขายน้ำมันดิบอิหร่านด้วยสกุลเงินดอลลาร์ พร้อมขู่ตัดสัมพันธ์สเปน
  • สงครามฮอร์มุซปะทุรุนแรง: สหรัฐฯ บอมบ์อิหร่านใต้ 80 จุดจมเรือรบ IRGC กว่า 60 ลำ ด้านอิหร่านยิงมิสไซล์สวนคูเวต-บาห์เรนอ่วม ดันน้ำมันโลกดีดร้อยละ 6 แตะ 78 ดอลลาร์
  • เศรษฐกิจไทยเจอโดมิโนอ่วม กองทุนน้ำมันเข้าขั้นวิกฤต: ไทยนำเข้าน้ำมันตะวันออกกลางเกิน 50% เจอต้นทุนประกันภัยสงครามและราคา Spot LNG พุ่ง กดดันค่าไฟ Ft และราคาขายปลีก 

9 กรกฎาคม 2026 บทวิเคราะห์ของอาจารย์ กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ ‘เมื่อความหวังพังทลาย: ถอดรหัส “It’s over” ของทรัมป์ และฉากทัศน์ใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ’ ได้กล่าวถึง บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัด (Islamabad MoU) ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นความหวังอันริบหรี่ในการดับไฟสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กลับมีอายุสั้นไม่ถึงสามสัปดาห์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางเวลานี้กำลังดิ่งเหวสู่ความมืดมนขั้นสูงสุด เมื่อความพยายามประนีประนอมถูกแทนที่ด้วยเสียงระเบิดและควันปืนรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงพลังงานหนึ่งในห้าของโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2026 ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลุกขึ้นประกาศกร้าวต่อหน้าพันธมิตรระดับโลกด้วยถ้อยคำที่ตัดขาดทุกสะพานเชื่อมทางการทูต: “The ceasefire deal with 'vicious, violent' Iran is over... dealing with Tehran is a waste of time.” (ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่เป็นพวกมุ่งร้ายและรุนแรงนั้นมันจบลงแล้ว... การดีลกับรัฐบาลเตหะรานถือเป็นการเสียเวลาเปล่า) 

วาทกรรมที่ดุดันนี้ไม่เพียงแต่พุ่งเป้าไปที่อิหร่าน แต่ยังลามไปถึงการสั่งตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนทันที โทษฐานที่เป็น "พันธมิตรที่แย่" แอบชักเท้าออกห่างจากปฏิบัติการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในสายตาของทรัมป์รอบนี้ ใครไม่ยืนข้างสหรัฐฯ คือศัตรู

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

คำว่า “It’s over” ของทรัมป์ มีนัยสำคัญที่ต้องตีความแยกเป็นสองมิติ 

  • ในเชิงปฏิบัติการ (Operational) นี่คือการประกาศ "ความเป็นโมฆะทางนิตินัยและพฤตินัย" ของข้อตกลงหยุดยิง การสั่งยกเลิกใบอนุญาตผ่อนปรน (Waiver) ในการซื้อขายน้ำมันดิบของอิหร่านด้วยสกุลเงินดอลลาร์ โดยขีดเส้นตายสังหารให้ยุติทุกธุรกรรมภายในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ คือการปิดท่อน้ำเลี้ยงเพื่อหวังให้อิหร่านหมดลมหายใจทางเศรษฐกิจ
  • แต่ในเชิงจิตวิทยาการเจรจา (Strategic) คำว่า "จบแล้ว" และ "เสียเวลาเปล่า" อาจไม่ใช่การปิดประตูตายตลอดกาลตามสไตล์นักเจรจาแบบทรัมป์ แต่มันคือเครื่องมือ "กดดันขั้นสูงสุด" (Maximum Pressure) เพื่อส่งสัญญาณว่า กติกาเดิมที่อิหร่านพยายามใช้อิทธิพลเหนือน่านน้ำเพื่อบังคับจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง และขัดขวางเส้นทางอพยพฝั่งโอมาน (Oman Route) นั้นสิ้นสุดลงแล้ว หากวันใดที่อิหร่านทนพิษขาดแคลนไม่ไหวและอยากจะคลานเข่ากลับมาคุย เงื่อนไขบนโต๊ะตัวใหม่จะต้องเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ขีดเส้นให้เดินเท่านั้น

ถอดรหัส “It’s over” ทรัมป์ฉีกสัญญาหยุดยิงอิหร่าน กลางวงนาโต  

หมากเกมนี้ของวอชิงตันคือการหวนคืนสู่ "การทูตนำด้วยปืน" (Gunboat Diplomacy) อย่างเต็มรูปแบบ ความอดทนเชิงยุทธศาสตร์ของอเมริกาหมดลงทันทีที่เรือพาณิชย์ 3 ลำ รวมถึงเรือบรรทุก LNG Al Rekayyat ของกาตาร์ และเรือน้ำมัน Wadiyan ของซาอุดีอาระเบีย ถูกลอบโจมตี กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US CENTCOM) จึงโต้กลับแบบไม่สมมาตรด้วยความรุนแรงกว่าเดิมถึง 8 เท่า ถล่มโครงสร้างพื้นฐานทหารในอิหร่านใต้ไปมากกว่า 80 จุด และทำลายเรือรบขนาดเล็กของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ไปกว่า 60 ลำ ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์เลือกจังหวะเวลาที่อิหร่านเปราะบางที่สุดในสภาวะสุญญากาศเชิงอำนาจ ระหว่างพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมืองนาจาฟในวันพุธนี้ เพื่อบดขยี้และด้อยค่าคณะผู้บริหารชุดใหม่ของเตหะราน

ทว่า อิหร่านไม่ได้สยบยอม โฆษณาชวนเชื่อที่เน้นย้ำความแข็งแกร่งถูกเปลี่ยนเป็นห่าฝนขีปนาวุธและโดรนพลีชีพที่ IRGC สวนกลับทันควัน ใส่ฐานทัพและสิ่งปลูกสร้างของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตรวมกว่า 85 จุด จนสายส่งไฟฟ้าในคูเวตพังเสียหายและเสียงไซเรนเตือนภัยดังระงม พร้อมคำขู่ให้สหรัฐฯ ยอมรับ "ระเบียบและอำนาจใหม่ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ" ยิ่งตอกย้ำว่าวิกฤตนี้ได้ยกระดับสู่สภาวะตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างไร้การควบคุม

พายุภูมิรัฐศาสตร์ลูกนี้กำลังส่งแรงกระแทกเป็นโดมิโนมาถึงเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวขึ้นทันทีร้อยละ 6 ทะลุ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่องค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ประกาศเตือนภัยขั้นสูง ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

สำหรับประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงกว่า 50% วิกฤตครั้งนี้จะแปรสภาพเป็น "ต้นทุนแฝง" ทั้งค่าประกันภัยความเสี่ยงภัยสงครามทางเรือ และราคา Spot LNG ในตลาดเอเชียที่จะพุ่งสูงขึ้น จนย้อนกลับมาสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าไฟฟ้า (Ft) และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยที่ปัจจุบันกำลังขาดดุลอย่างหนักจนเข้าขั้น "เขตอันตราย" จากนโยบายตรึงราคา ยิ่งทำให้รัฐบาลไทยแทบไม่เหลือกระสุนหรือกันชนในการรับแรงกระแทก

เมื่อคำแถลง “It’s over” ของทรัมป์ได้ทำลายสะพานแห่งความประนีประนอมลงแล้ว สิ่งที่โลกและประเทศไทยต้องเผชิญต่อจากนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสงครามไกลตัว แต่คือความจริงเชิงโครงสร้างที่โหดร้ายของภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงลิ่วไปอีกนาน นับเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ตราบใดที่โครงสร้างพลังงานของประเทศยังต้องผูกโยงอยู่กับความผันผวนของโลก เราก็ทำได้เพียงแค่นั่งรอรับแรงพายุโดยไม่อาจหลบเลี่ยงได้เลย

ข่าวล่าสุด