นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนได้แจ้งว่า ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย และขอให้มีการไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการคืนเงินที่ได้ชำระไปตามสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ และในเบื้องต้นได้มีการจับกุมผู้ต้องหาทันทีพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา
นายเจเศรษฐ์ ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมข้อเท็จจริง รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เบื้องต้นหากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงประสานไปยังกระทรวงคมนาคมในการ ช่วยจัดหาพาหนะรับส่งผู้เสียหายกลับภูมิลำเนา
นายเจเศรษฐ์ ยังได้กำชับให้ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ประชาชนที่พบเหตุหรือได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแพ็กเกจเดินทาง การใช้บริการนำเที่ยว หรือการทำธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ และอย่าปล่อยให้ปัญหาผ่านไปเพียงลำพัง สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาได้ทันที
ด้าน นางสาวพัชรินทร์ ยืนยันว่า สคบ. พร้อมรับข้อมูลจากผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อนำมาตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ สคบ. และจะประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิและได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด
สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางหรือการประกอบธุรกิจนำเที่ยว สามารถแจ้งข้อมูลและตรวจสอบผู้ประกอบการได้ที่กรมการท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 2141 3200 หรือสายด่วน 1465 ส่วนผู้ที่ชำระเงินแล้วแต่ไม่ได้รับบริการ หรือเห็นว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะผู้บริโภค สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect เพื่อให้ สคบ. ประสานสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด (สคบ.จังหวัด) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่อง ให้คำแนะนำ และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือขอรับความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย สายด่วน 1567 หรือศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานการช่วยเหลือ และอำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว
:: “เจเศรษฐ์” ประสานผู้ว่าฯ รวบรวมผู้เสียหายทัวร์แสวงบุญ 3 จังหวัดชายแดนใต้กว่า 500 ราย ลุยเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินคดีถึงที่สุด ::
ขณะที่ ล่าสุดในวันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีประชาชนได้รับความเสียหายจากการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวและการแสวงบุญว่า ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ให้เร่งรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบบริษัททัวร์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และเร่งติดตามทรัพย์สินเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียหายที่แจ้งข้อมูลเข้ามาแล้ว กว่า 500 ราย และคาดว่าจะมีผู้เสียหายทยอยเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง กระทรวงมหาดไทยจึงได้เร่งประสานทุกจังหวัดให้เปิดรับข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว อันจะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการท่องเที่ยว ศูนย์ดำรงธรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินการติดตามทรัพย์สินของผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย
นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า ตนได้ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดและยืนยันว่าให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด พร้อมเร่งรัดการติดตามทรัพย์สินและเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและจะบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล และจะดำเนินการทุกมิติตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่