เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องหลังนายกฯดึง “อีอีซี” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเอง

17 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

เปิดเบื้องหลังนายกฯดึง “อีอีซี” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเอง

วงในทำเนียบฯ เปิดเบื้องหลังนายกฯดึง “อีอีซี” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเอง ยันไม่เกี่ยวปมขวางแก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ยันนายกฯสั่งเอง "ไม่ให้แก้สัญญา"

วงในทำเนียบฯ เปิดเบื้องหลังนายกฯดึง “อีอีซี” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเอง ยันไม่เกี่ยวปมขวางแก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ยันนายกฯสั่งเอง "ไม่ให้แก้สัญญา"

KEY

POINTS

  • พิพัฒน์เสนอคืนเอง-หนีปมชน BOI: แหล่งข่าวระดับสูง ยืนยันเรื่องนี้เกิดจากการพูดคุยกัน ในบรรยากาศไม่ซีเรียส ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้เสนอตัวคืนสิทธิ์การกำกับดูแลให้นายกรัฐมนตรีเอง เนื่องจากไม่ต้องการทำงานท่ามกลางปัญหาการปะทะและขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างสำนักงาน EEC และบีโอไอ (BOI) 
  • นายกฯ สั่งเองไม่เสี่ยงแก้สัญญา 3 สนามบิน: ยืนยันคำสั่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายพิพัฒน์ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบินให้ภาคเอกชน เนื่องจากการสั่งระงับและไม่ยอมแก้ไขสัญญาเป็นเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี ที่ลั่นวาจาไว้ชัดเจนว่า "จะไม่ขอเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการแก้สัญญาโครงการนี้"
  • ปรับพิมพ์เขียวปั้นฮับอาหารและดาต้าเซ็นเตอร์: นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าดึงงานกลับมาดูเพื่อสวมหมวก "หัวหน้าทีมขายประเทศไทย" โดยปรับทิศทางอีอีซีใหม่ ไม่เน้นอุตสาหกรรมหนักแบบเดิม แต่จะปั้นเป็น "ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก" และ "ฮับดาต้าเซ็นเตอร์" ที่บีบให้ทุนต่างชาติต้องใช้โรงไฟฟ้าแบบ Direct PPA และจัดหาแหล่งน้ำเองเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมประกาศใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟประเภทที่ 9 เก็บราคาพิเศษ

17 มิถุนายน 2569 เปิดเบื้องหลังประเด็นร้อนทางการเมือง ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกไม่ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC และยกเลิกการเป็นประธานบอร์ด กพอ. จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทยและปมขัดแย้งเรื่องการแก้สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น

แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า เบื้องหลังของคำสั่ง 2 ฉบับที่ ครม.รับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี และยกเลิกการเป็นประธานคณะกรรมการ (ประธานบอร์ด) คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มาจากการพูดคุยกันระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพิพัฒน์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในบรรยากาศไม่ซีเรียส 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

โดยนายกรัฐมนตรีจะนำโครงการอีอีซีกลับมาดูแลด้วยตัวเองทั้งหมด และวางสถานะของนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมขายโครงการประเทศไทย โดยนำอีอีซีเป็นโปรเจ็กต์นำ (Pilot project) ไปขายกับนักลงทุนต่างประเทศ โดยจะนำเสนอโปรเจ็กต์อีอีซีในมุมมองใหม่

นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าหมายให้อีอีซีเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก และเป็นศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)  ที่จะมาต้องมีโรงไฟฟ้าแบบ direct ppa  และแหล่งน้ำมาด้วย เพื่อไม่เป็นภาระของรัฐในการจัดหาไฟฟ้าและแหล่งน้ำมาให้บริการ เนื่องจาก "ดาต้าเซ็นเตอร์" ใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก ซึ่งจะต้องมีการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน นายกรัฐมนตรีจึงเห็นความจำเป็นที่จะดึงการบริหารงานอีอีซีกลับมาในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง 

โดยเรื่องการผลักดันให้ "อีอีซี" เป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากในพื้นที่นี้มีความพร้อมทั้งเรื่องของปศุสัตว์ ประมง เกษตร ผลไม้ พืชสวน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และสามารถเป็นจุดแข็งของอีอีซีที่จะดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล 

ทั้งนี้ รัฐบาลพิจารณาแล้วว่า การดึงดูดการลงทุนในอีอีซี จะเน้นอุตสาหกรรมหนักแบบเดิมไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องการจัดหาไฟฟ้าและน้ำ ที่มีต้นทุนในการจัดหาสูง และหากจะเน้นการลงทุนในพื้นที่นี้ ในอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าสูงมาก รัฐบาลก็มีการกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีราคาสูงกว่าผู้ใช้ประเภทอื่นๆ 

“การดึงงานอีอีซีกลับมาดูเองของนายกฯไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายพิพัฒน์ และนายพิพัฒน์เป็นผู้มานำเสนอเองว่า การทำงานระหว่างสำนักงานอีอีซี และบีโอไอ มีการปะทะกันมาโดยตลอด ซึ่งนายพิพัฒน์ไม่ชอบทำงานท่ามกลางการปะทะกันในลักษณะนี้ จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำกลับมากำกับดูแลเองดีกว่า ให้ทั้ง2หน่วยงานทำงานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่นายพิพัฒน์ไม่เห็นด้วยกับการแก้สัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน เพราะคนที่สั่งไม่ให้แก้สัญญาโครงการนี้ก็คือนายกรัฐมนตรีเอง โดยนายกรัฐมนตรีก็บอกด้วยว่าผมก็ไม่เสี่ยงกับการแก้สัญญาในโครงการนี้เช่นกัน ” แหล่งข่าวระดับสูง ระบุ
 

ข่าวล่าสุด