“ เราต้องการให้เด็ก ครู ผู้ปกครองได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าตาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นยังไง มีพัฒนาการยังไง กลิ่นรสยั่วตายั่วใจเด็กขนาดไหน ต้องรู้เท่ารู้ทันบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นทอยพอดยุคใหม่ เพราะตอนนี้พบว่ามีการทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับข่าวสารการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่เราจะเห็นตามสื่อ แสดงว่าจริง ๆ แล้วแนวโน้มบุหรี่ไฟฟ้ามีการใช้งานมากขึ้นในประเทศไทยค่ะ ด้วยแพลตฟอร์มการซื้อขายที่เข้าถึงได้ง่าย พวกเราควรเรียนรู้ทันกลยุทธ์การตลาดบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเราจะป้องกันยังไงได้บ้าง ทอยพอดยุคใหม่มีแพคเก็จสวยงามจริงแต่ซ่อนภัยอันตรายมหาศาล” นางสาวยอดขวัญ กล่าว
นางสาวยอดขวัญ ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลล่าสุดพบว่าเยาวชนอายุ 15–20 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 25 จากการสํารวจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในปี 2566 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยผู้ที่เริ่มสูบตั้งแต่อายุน้อยมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าสูบบุหรี่มวน เหตุผลหลักคือต้องการคลายเครียดและติดนิโคตินจนเลิกไม่ได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจากการสูบบุหรี่เกือบ 900-1,000 บาท/ เดือน
ขณะที่นางอำนวยพร เอี่ยมพันธ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าปัจจุบันต้องยอมรับว่าเข้าถึงเด็กวัยชั้นประถมศึกษาแล้ว ครู ครอบครัว มีส่วนสำคัญในการดูแลฟูมฟักเด็กให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ ภัยใกล้ตัวที่มองไม่เห็นอย่าง บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นฆาตกรเงียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องเป็นแกนหลักทำให้เด็กได้เรียนรู้ภัยอันตรายและปลูกฝังให้พวกเขาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว จากการได้พูดคุยกับครู เด็กในโรงเรียนที่เข้าร่วมนิทรรศการพบว่าเด็กเล็กประถมต้นรู้จักบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่เด็กที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเริ่มสูบเพราะคนในครอบครัว เช่น พ่อแม่ พี่ชาย หรือเพื่อนที่อยู่บ้านละแวกเดียวกัน
“จึงอยากจะเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง ให้ความสนใจและไม่อนุญาตให้เด็กสูบบุหีชรีไฟฟ้่า ทั้งนี้ร่วมรับชมข่าวสาร ติดตามข้อมูลพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในทุกมิติ จากเพจมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ส่วนสถานศึกษาไหนสนใจต้องการจัดกิจกรรมภัยบุหรี่ไฟฟ้า ก็สามารถติดต่อมาเพื่อจับมือกันให้ความรู้กับเด็กเยาวชน” นางอำนวยพร กล่าว