ซึ่งปกติการแนะนำให้ดำเนินคดี ที่อัยการแนะนำนั้นพนักงานสอบสวน ก็ดำเนินคดีบ้าง หรือดำเนินคดีเร็วบ้างช้าบ้าง ไม่ดำเนินการตามบ้าง ซึ่งอัยการก็ได้แต่เตือน หรือไม่ก็ถือว่าหมดหน้าที่เพราะให้คำแนะนำแล้ว หรือเสนออธิบดีอัยการเพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนเพื่อสั่งพนักงานสอบสวนตามระเบียบฯข้อ 45 และการขอออกหมาย หมายที่ออกเป็นอำนาจศาล ซึ่งมีบ่อยครั้งที่ออกหมายผิดข้อหาและอายุความผิด แต่ทางปฎิบัติอัยการจะสั่งให้ส่งตัวมาภายในกำหนดอายุความที่ถูกต้องโดยไม่ต้องสั่งให้ไปขอหมายใหม่
แต่พนักงานสอบสวนคนนี้ทำตามคำสั่งของอัยการเพียงแต่ข้อหากับผู้ต้องหาไม่ครบอายุความจึงผิด ซึ่งอัยการสามารถสั่งให้ส่งตัวภายในอายุความที่ถูกต้องได้ ตามระเบียบข้อ77 อัยการคนนี้จึงทำหนังสือขอให้ผู้บังคับบัญชาพนักงานสอบสวนดำเนินการทางวินัยและอาญา ซึ่งไม่มีใครกระทำกัน”
แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเเละว่า กรณีนี้ทำให้ร้อยเวร/พนักงานสอบสวนทั่วประเทศที่ทราบเรื่องนี้ไม่สบายใจและรอคำตอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะมีคำชี้แจงและแนวทางในกรณีดังกล่าวอย่างไร เพราะมองกันว่าหากมีการแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปนั้น แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการ หรือดำเนินการไม่ครบถ้วน เพราะแจ้งข้อหาไม่ครบถ้วนหรือ ขอออกหมายไม่ครบถ้วนนั้น มีระเบียบอัยการฯข้อ37กำหนดให้อัยการแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วน และระเบียบข้อ 77 ให้สั่งให้จัดการให้ได้ตัวมาภายในอายุความที่ถูกต้องได้
หากเกิดกรณีที่อัยการเเจ้งผู้บังคังบัญชาว่าพนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการตามข้อเเนะนำของอัยการ พนักงานสอบสวนจะโดนสอบวินัยเเละอาญา จนตอนนี้กำลังใจของพนักงานสอบสวนจำนวนมากย่ำเเย่จากกรณีดังกช่าว
แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานภายในต่อกรณีนี้มาแล้วระยะหนึ่ง และรอความเห็นจากสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งกรณีนี้กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้การทำงานระหว่างตำรวจกับอัยการในกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างราบรื่นในอนาคต และตอนนี้ทราบว่าอัยการคนดังกล่าวย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในกทม.แล้ว
โดยสำนักงานอัยการสูงสุดยืนยันว่าความเห็นแย้งในกระบวนการยุติธรรมระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการที่เกี่ยวกับรูปคดีต่างๆนั้นเป็นเรื่องปกติ คือหากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาไม่ครบในสำนวนคดีอาญานั้นๆ อัยการจะมีคำสั่งให้แจ้งข้อหาเพิ่มให้ครบ หากแจ้งไปแล้วพนักงานสอบสวนยังไม่ดำเนินการตามข้อแนะนำของอัยการ อัยการต้องแจ้งไปยังอธิบดีอัยการให้รับทราบตามขั้นตอน แต่กรณีในจังหวัดภาคเหนือนั้นยอมรับว่ามีการดำเนินการของอัยการจังหวัดคนนั้นที่ข้ามขั้นตอนและดำเนินการที่อาจกระทบกระเทือนการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนสภ.แห่งนั้นในภาคเหนือและเรื่องนี้น่าจะได้ข้อยุติในเร็วๆนี้และน่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติในอนาคต เพื่อให้การร่วมมือระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการในกระบวนการยุติธรรมดำเนินการได้อย่างโปร่งใสและไร้ความขัดเเย้ง
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า คำเเนะนำของอัยการที่เเนะนำพนักงานสอบสวนให้สอบสวนเพิ่มเติม ถือว่ากระทำได้ตามป.วิอาญา มาตรา142-143 ไม่ถือว่าเป็นการเเทรกเเซงพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนไม่กระทำตามคำเเนะนำของอัยการ ในสำนวนคดีนั้นๆ เช่นสอบสวนเพิ่มเติม อัยการสามารถเเจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของพนักงานสอบสวนให้พิจารณาความผิดการไม่ปฏิบัติตามคำเเนะนำของอัยการได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันในกระบวนการยุติธรรมของอัยการเเละพนักงานสอบสวน