นายไสว อยู่หลาย แกนนำเครือข่าย ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ตนอยู่ในวงจรยาเสพติดกว่า 10 ปี ผันชีวิตมาเป็นแกนนำเฝ้าระวังและปกป้องเด็ก เยาวชนจากยาเสพติดในพื้นที่ โดยร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน กำนันตำบล ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานสุขภาพ รพ.สต.หนองโสน อสม. และได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ร่วมกันสร้างชุมชนให้ปลอดภัยจากยาเสพติด
ในตำบลมีคนพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเอง 52 คน เฉพาะในหมู่บ้านมี 20 คน ที่เปิดใจเดินเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูโดยสมัครใจ ซึ่งผลการทำงานดีทำให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 5 ราชบุรี จะนำบทเรียนไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น
นายอัสรี พิกุลจร เยาวชนนักวิ่งเพื่อสุขภาพและฟื้นฟูตัวเอง จ.ปัตตานี กล่าวว่า ตนเริ่มสูบบุหรี่ ลองยาเสพติด 4 x100 ทดลองกัญชา ตั้งแต่ชั้นม. 4 จนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ติดเพื่อน ขาดเรียนบ่อยจนต้องออกจากมหาวิทยาลัย พอออกมาทำงานเจอเพื่อน ก็เริ่มกลับเข้าสู่วงจรการเสพหนักขึ้นอีก และเริ่มเสพยาบ้า ที่บ้านส่งไปบำบัดที่โรงเรียนปอเนาะ จ.กระบี่ แต่ก็กลับเข้าวงจรเสพเหมือนเดิม
สุดท้ายพ่อป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัวใจตีบที่น่าจะมีสาเหตุมาจากบุหรี่ ส่วนตนต้องถอนฟันหลายซี่เพราะผลจากยาเสพติด มีปัญหาไตเสื่อม จึงตั้งใจเลิกอย่างจริงจัง ครอบครัวพาออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ใช้เวลา 3 เดือน กินอาหารดี ออกกำลังกาย ทำให้การทำงานของไตดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น ปัจจุบันเข้าสู่วงการนักวิ่งได้เหรียญรางวัล และได้ก่อตั้งทีมชื่อว่า “มาวิ่งกันปะนาเระ” รวมคนก้าวพ้นปัญหายาเสพติด และรณรงค์ร่วมกับ สสส. ป้องกันไม่ให้คนเป็นเหยื่อยาเสพติด
นายเอ (นามสมมุติ) เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ตนอยู่กับครอบครัว ที่พ่อติดหนี้การพนัน ต้องเอาบ้านไปจำนองมาใช้หนี้ และต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ส่วนพี่ก็ไปอยู่กับญาติ ส่วนตนอยู่กับน้าจนอายุ 13 ปี ก็เริ่มเข้าร้านเกมกับเพื่อนๆ มีรุ่นพี่พาเข้าวงจรส่งยาเสพติด ทำง่าย ได้เงินง่าย แต่ไม่ได้เสพ เพราะเคยเห็นคนเสพยาแล้วคลั่งจึงกลัว ทำได้ 4 ปี ก็ถูกตำรวจจับตอนอายุ 17 ปี เข้าสู่สถานพินิจ และส่งมาอยู่ที่บ้านกาญจนาฯ ซึ่งการอยู่ที่นี่ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย มีการอบรม ฝึกให้คิด มีทักษะชีวิต ทำกิจกรรมจิตอาสา ดูหนังวิเคราะห์ข่าว ได้เล่นดนตรี ทำให้รู้ว่า ตัวเองชอบเล่นดนตรีมาก และมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ขอฝากถึงเพื่อนๆ น้องๆ ว่าอย่าไปเข้าใกล้ยาเสพติดเลย ไม่มีอะไรดีกับชีวิต มีแต่เสียกับเสีย
นายจักรพงษ์ เสือผ่อง ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีศรีมาราม เขตดุสิต กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีการใช้ยาเสพติด จึงได้ลองเสพและค้าไปด้วยตั้งแต่อายุ 16 ปี ตนเคยมีแฟน มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่เลิกกันไป ส่วนลูกส่งไปอยู่กับญาติ ต่อมามีแฟนคนที่ 2 และมีลูกด้วยกันอีก มีติดคุกบ้างแต่ไม่ แฟนก็เตือน แต่ไม่ฟัง จึงทะเลาะกันบ้าง
แต่ที่ตัดสินใจเลิกยาเสพติดเพราะลูกๆ เริ่มโต ไม่อยากให้ลูกอายที่มีพ่อแบบตน และโชคดีที่แฟนไม่ทิ้งไปไหน อดทนประคับประคอง รวมถึงผู้ใหญ่ในชุมชนช่วยเหลือ ให้โอกาสจนสุดท้ายเลิกยาได้ ผันตัวมาเป็นจิตอาสาคอยตักเตือน ให้ความรู้กับคนในชุมชนถึงอันตรายจากสารเสพติด ใครที่ติดยาเสพติดก็ชวนเข้าสู่การบำบัด ทั้งการเสพและขายเป็นวงจรที่อุบาทว์ที่สุด อยากให้กำลังใจคนที่เคยพลาด ต้องสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจจึงจะเลิกได้สำเร็จ